เงินเดือนเหลือเก็บทุกเดือนเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่เมื่อเงินเฟ้อเดือนกันยายน 2569 ขึ้นไปถึง 2.82% ในขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.00% เงินที่นอนนิ่งในบัญชีออมทรัพย์กำลังซื้อของได้น้อยลงทุกปี บทความนี้เทียบที่พักเงินความเสี่ยงต่ำด้วยตัวเลขจริง และวางแผนทีละขั้นสำหรับคนที่ยังไม่พร้อมซื้อหุ้น
คำตอบสั้น: ในปี 2569 ที่พักเงินความเสี่ยงต่ำส่วนใหญ่ให้ผลตอบแทนไม่ถึงเงินเฟ้อเดือนล่าสุด กองทุนตลาดเงินและกองตราสารหนี้ระยะสั้นให้ราว 0.7% ถึง 0.9% ต่อปี บัญชีดิจิทัลให้ 1.25% ถึง 1.7% สำหรับเงินหลักแสน ส่วนที่ใกล้เคียงเงินเฟ้อทั้งปีที่สุดคือพันธบัตรออมพลัส 10 ปี ดอกเบี้ย 2.80% แต่ต้องถือยาว ทางออกคือแบ่งเงินตามเวลาที่ต้องใช้ เงินสำรองอยู่ในที่ถอนง่าย ส่วนเงินไม่ใช้หลายปีค่อยๆ ขยับไปสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
เงินเก็บนอนนิ่งในบัญชี เสียดายเงินเฟ้อ ทำยังไง
เงินเฟ้อไทยปี 2569 อยู่ตรงไหน
|
ตัวชี้วัด |
ตัวเลข |
|---|---|
|
เงินเฟ้อทั่วไป กันยายน 2569 |
2.82% |
|
เงินเฟ้อพื้นฐาน กันยายน 2569 |
1.50% |
|
เฉลี่ย 9 เดือนแรก 2569 |
1.54% |
|
คาดการณ์ทั้งปี 2569 |
1.8% ถึง 2.2% |
|
คาดการณ์ปี 2570 |
1.3% |
- สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่าเงินเฟ้อเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นเพราะราคาน้ำมัน อาหารสด และอาหารสำเร็จรูป
- ตัวเลขคาดการณ์ปี 2570 มาจากธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569
- เงินเฟ้อเป็นตัวเลขเฉลี่ยของตะกร้าสินค้า คนที่ใช้เงินกับอาหารและการเดินทางมากอาจรู้สึกว่าของแพงขึ้นมากกว่าตัวเลขทางการ
เงิน 100,000 บาท เหลือกำลังซื้อเท่าไร
ตารางนี้สมมติเงินเฟ้อเฉลี่ย 2% ต่อปี และคิดดอกเบี้ยทบต้นก่อนหักภาษี
|
ฝากไว้ |
ดอกเบี้ย 0.25% |
ดอกเบี้ย 1.45% |
ดอกเบี้ย 2.80% |
|---|---|---|---|
|
1 ปี |
98,284 |
99,461 |
100,784 |
|
5 ปี |
91,711 |
97,333 |
103,984 |
|
10 ปี |
84,109 |
94,737 |
108,126 |
- ตัวเลขคือกำลังซื้อเทียบเป็นเงินวันนี้ ไม่ใช่ยอดเงินในบัญชี
- ที่ดอกเบี้ย 0.25% ยอดในบัญชีหลัง 10 ปีจะเป็น 102,528 บาท แต่ซื้อของได้เท่ากับเงินราว 84,109 บาทในวันนี้ หายไปเกือบ 16,000 บาทโดยไม่ได้ใช้จ่ายอะไรเลย
- การย้ายเงินไปที่ให้ดอกเบี้ยสูงขึ้นเพียง 1% ถึง 2% ทำให้ผลต่างกันหลักหมื่นบาทเมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี
ดอกเบี้ยที่แท้จริงต้องหักเงินเฟ้อ
- ผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Return) ประมาณได้จากดอกเบี้ยหลังภาษีลบด้วยเงินเฟ้อ
- ดอกเบี้ย 1.45% หักภาษี 15% เหลือราว 1.23% เมื่อเทียบกับเงินเฟ้อ 2% ผลตอบแทนที่แท้จริงติดลบราว 0.8% ต่อปี
- ดอกเบี้ยออมทรัพย์ได้รับยกเว้นภาษีเมื่อรวมทุกธนาคารไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี คนที่เงินออมไม่มากจึงมักไม่ถูกหักภาษี
ที่พักเงิน ดอกเบี้ยชนะเงินเฟ้อ สภาพคล่องสูง ไม่เสี่ยง
บัญชีเงินฝากดิจิทัลดอกเบี้ยสูง
|
บัญชี |
ดอกเบี้ยต่อปี |
ช่วงเงินฝาก |
|---|---|---|
|
Thai Credit Alpha Savings |
1.70% |
ไม่เกิน 500,000 บาท |
|
ibank eออมทรัพย์ |
1.55% |
20,000 ถึง 1 ล้านบาท |
|
SCB ออมทรัพย์อีซี่ |
1.45% |
ไม่เกิน 1 ล้านบาท |
|
TISCO eออมทรัพย์ |
1.40% |
ไม่เกิน 1 ล้านบาท |
|
UOB TMRW |
1.40% |
ไม่เกิน 5 ล้านบาท |
|
Kept by Krungsri กระปุก Grow |
1.35% ถึง 1.45% |
ไม่เกิน 5 ล้านบาท |
|
KKP Dime! Save |
1.25% |
10,000 ถึง 1 ล้านบาท |
- ตัวเลขจากการสำรวจเมื่อเดือนมีนาคม 2569 หลังการลดดอกเบี้ยนโยบายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ธนาคารปรับอัตราได้ตลอด ควรเช็กในแอปก่อนเปิดบัญชี
- บางบัญชีให้ 3% เฉพาะ 10,000 บาทแรก เช่น KKP Dime! Save และ LH Bank B You MAX เหมาะกับเงินก้อนเล็ก แต่เงินส่วนที่เกินจะได้ดอกเบี้ยต่ำลงมาก
- บัญชีที่โฆษณาดอกเบี้ยสูงมาก เช่น 5.55% มักให้เฉพาะเงินบางช่วง อัตราเฉลี่ยจริงอาจเหลือเพียงราว 1.5%
จุดแข็งและข้อจำกัดของบัญชีดิจิทัล
- ถอนได้ทันทีผ่านแอป เหมาะกับเงินสำรองฉุกเฉินที่สุด
- สถาบันคุ้มครองเงินฝากคุ้มครองเงินฝากสกุลบาทสูงสุด 1 ล้านบาทต่อผู้ฝากต่อสถาบันการเงิน
- บางบัญชีมีเงื่อนไขโบนัส เช่น ยอดเงินเฉลี่ยเดือนนี้ต้องไม่ต่ำกว่าเดือนก่อน ถ้าถอนบ่อยอาจไม่ได้โบนัส
- ดอกเบี้ยราว 1.4% ถึง 1.7% ยังต่ำกว่าเงินเฟ้อเดือนกันยายน 2.82% แต่ใกล้เคียงเงินเฟ้อเฉลี่ย 9 เดือนที่ 1.54%
กองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund)
|
ตัวอย่างกองทุน |
ผลตอบแทน 1 ปี |
ค่าใช้จ่ายรวมต่อปี |
ได้เงินคืน |
|---|---|---|---|
|
MFC พันธบัตรตลาดเงิน (MMGOVMF) |
0.69% |
0.30% |
T+1 |
- ตัวเลข ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 ลงทุนขั้นต่ำ 100 บาท ไม่มีค่าธรรมเนียมซื้อและขายคืน
- กองทุนตลาดเงินลงทุนในตราสารหนี้อายุสั้นและเงินฝาก ความเสี่ยงต่ำมาก แต่ไม่ได้อยู่ในการคุ้มครองเงินฝาก
- ดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ทำให้ผลตอบแทนกองทุนตลาดเงินปีนี้ต่ำกว่าบัญชีดิจิทัลบางบัญชี จุดเด่นคือไม่จำกัดวงเงินและกำไรจากการขายหน่วยลงทุนของบุคคลธรรมดาไม่ต้องเสียภาษี
- เหมาะกับเงินก้อนใหญ่ที่เกินวงเงินดอกเบี้ยสูงของบัญชีดิจิทัล หรือเงินที่รอย้ายไปลงทุนอื่น
กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น ชนะเงินเฟ้อไหม
ผลตอบแทนกองตราสารหนี้ระยะสั้นในประเทศ
|
ตัวอย่างกองทุน |
ผลตอบแทน 1 ปี |
ค่าใช้จ่ายรวมต่อปี |
ระดับความเสี่ยง |
|---|---|---|---|
|
MFC ตราสารหนี้ระยะสั้น (MMM-MF) |
0.88% |
0.46% |
ค่อนข้างต่ำ |
- ตัวเลข ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 ขายคืนได้ทุกวันทำการ ได้เงินภายใน 1 วันทำการ
- ผลตอบแทนสูงกว่ากองทุนตลาดเงินเล็กน้อย แต่ยังต่ำกว่าเงินเฟ้อมาก คำตอบตรงๆ คือปี 2569 กองตราสารหนี้ระยะสั้นในประเทศยังไม่ชนะเงินเฟ้อ
- ค่าใช้จ่ายกองทุนกินส่วนสำคัญของผลตอบแทน ควรเทียบค่าใช้จ่ายรวมในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ (Fund Fact Sheet) ทุกครั้ง
กองตราสารหนี้ต่างประเทศให้ผลตอบแทนสูงกว่า แต่มีเงื่อนไข
- กองตราสารหนี้ระยะสั้นสหรัฐบางกองให้ผลตอบแทน 1 ปีราว 5% ณ เดือนมีนาคม 2569 เพราะดอกเบี้ยสหรัฐสูงกว่าไทย
- กองที่ไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (Unhedged) มีกำไรหรือขาดทุนจากค่าเงินบาทปนอยู่ด้วย ความเสี่ยงจึงสูงกว่าที่พักเงินในประเทศ
- เหมาะเป็นขั้นถัดไปหลังมีเงินสำรองครบแล้ว ไม่ใช่ที่เก็บเงินฉุกเฉิน
พันธบัตรออมพลัสของกระทรวงการคลัง
|
รุ่น |
ดอกเบี้ยคงที่ต่อปี |
หลังหักภาษี 15% |
ครบกำหนด |
|---|---|---|---|
|
อายุ 3 ปี |
1.80% |
1.53% |
ตุลาคม 2572 |
|
อายุ 10 ปี |
2.80% |
2.38% |
ตุลาคม 2579 |
- สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดขายรอบเดือนตุลาคม 2569 วงเงินรวม 4,000 ล้านบาท ขายผ่านวอลเล็ต สบม. ในแอปเป๋าตังถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2569 หรือจนกว่าจะหมด
- ซื้อขั้นต่ำ 100 บาท สูงสุด 1 ล้านบาทต่อครั้ง รับดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ผู้ซื้อต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป
- รุ่น 10 ปีหลังหักภาษียังสูงกว่าเงินเฟ้อคาดการณ์ปี 2569 และปี 2570 จึงเป็นทางเลือกความเสี่ยงต่ำเพียงไม่กี่ตัวที่มีโอกาสชนะเงินเฟ้อ
- ข้อจำกัดคือสภาพคล่องต่ำ ถ้าต้องการเงินก่อนครบกำหนดต้องขายในตลาดรอง และราคาอาจต่ำกว่าเงินที่ลงทุน จึงควรใช้เงินที่แน่ใจว่าไม่ใช้หลายปี
วิธีออมเงินไม่ให้เงินเฟ้อกิน สำหรับมือใหม่ ไม่กล้าซื้อหุ้น
หลักคิดคือแบ่งเงินตามเวลาที่จะใช้ เงินที่ต้องใช้เร็วอยู่ที่ถอนง่าย เงินที่ไม่ใช้หลายปีจึงค่อยหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น
ขั้นที่ 1 ตั้งระบบออมอัตโนมัติ
- ตั้งโอนเงินออมทันทีที่เงินเดือนเข้า ไม่รอเหลือปลายเดือน
- แยกบัญชีใช้จ่ายออกจากบัญชีเก็บเงิน จะได้เห็นชัดว่าเงินออมเพิ่มขึ้นเท่าไร
ขั้นที่ 2 สร้างเงินสำรองฉุกเฉินในบัญชีดิจิทัล
- เก็บเงินสำรอง 3 ถึง 6 เดือนของค่าใช้จ่าย ในบัญชีดิจิทัลที่ให้ดอกเบี้ยสูงในช่วงเงินที่เรามี
- ถ้าเงินเกิน 1 ล้านบาท กระจายหลายธนาคารเพื่อให้อยู่ในวงเงินคุ้มครองเงินฝากและช่วงดอกเบี้ยสูง
ขั้นที่ 3 เงินส่วนเกินใช้กองทุนตลาดเงินเป็นที่พัก
- เงินที่เกินวงเงินดอกเบี้ยสูงของบัญชีดิจิทัล หรือเงินที่รอกำหนดใช้ภายใน 1 ปี พักในกองทุนตลาดเงินได้
- เริ่มที่ 100 บาทก่อนก็ได้ เพื่อเรียนรู้วิธีซื้อขายผ่านแอปธนาคารหรือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม
ขั้นที่ 4 เงินที่ไม่ใช้ 1 ถึง 3 ปี
- พิจารณากองตราสารหนี้ระยะสั้น หรือพันธบัตรออมพลัสรุ่น 3 ปี ที่ล็อกดอกเบี้ยไว้แน่นอน
- เหมาะกับเป้าหมายที่มีวันใช้ชัดเจน เช่น เงินดาวน์บ้านหรือค่าเทอมลูก
ขั้นที่ 5 เงินที่ไม่ใช้เกิน 5 ปี
- พันธบัตรรุ่น 10 ปีเป็นตัวเลือกความเสี่ยงต่ำที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าเงินเฟ้อคาดการณ์
- เมื่อคุ้นเคยกับการขึ้นลงของราคาแล้ว ค่อยพิจารณากองทุนผสมหรือกองทุนหุ้นด้วยสัดส่วนเล็กๆ แทนการซื้อหุ้นรายตัวตรงๆ
ตัวอย่างการแบ่งเงินออม 300,000 บาท
|
ก้อนเงิน |
จำนวน (บาท) |
ที่พักเงิน |
|---|---|---|
|
เงินสำรอง 6 เดือน |
150,000 |
บัญชีดิจิทัล |
|
เงินใช้ใน 1 ถึง 3 ปี |
80,000 |
พันธบัตร 3 ปี |
|
เงินไม่ใช้เกิน 5 ปี |
70,000 |
พันธบัตร 10 ปี |
- ตัวอย่างนี้สมมติค่าใช้จ่ายเดือนละ 25,000 บาท ควรปรับตามค่าใช้จ่ายและเป้าหมายของแต่ละคน
วางแผนการเงิน ดอกเบี้ยเงินฝากแพ้เงินเฟ้อ แก้อย่างไร
แบ่งเงินแล้วได้ผลตอบแทนเพิ่มเท่าไร
|
วิธีเก็บเงิน 300,000 บาท |
ดอกเบี้ยต่อปีหลังภาษี (บาท) |
เทียบเป็นอัตรา |
|---|---|---|
|
ออมทรัพย์ธรรมดาทั้งก้อน |
ราว 750 |
0.25% |
|
แบ่ง 3 ก้อนตามตัวอย่าง |
ราว 5,140 |
1.71% |
- คำนวณจากบัญชีดิจิทัล 1.5% พันธบัตร 3 ปี 1.80% และพันธบัตร 10 ปี 2.80% หักภาษี 15% เฉพาะดอกเบี้ยพันธบัตร ส่วนดอกเบี้ยออมทรัพย์ไม่เกิน 20,000 บาทจึงไม่เสียภาษี
- ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่า โดยยังไม่มีเงินส่วนไหนอยู่ในหุ้น
- 1.71% ยังต่ำกว่าเงินเฟ้อคาดการณ์ปี 2569 เล็กน้อย แต่สูงกว่าเงินเฟ้อคาดการณ์ปี 2570 ที่ 1.3% และช่วยชะลอการสูญเสียกำลังซื้อได้มาก
กับดักที่คนกลัวเงินเฟ้อมักเจอ
- โฆษณาดอกเบี้ยสูงเกินจริง: อ่านเงื่อนไขช่วงเงินและอัตราเฉลี่ยทุกครั้ง
- การชักชวนลงทุนที่รับประกันผลตอบแทนสูง: ผลตอบแทนสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาลมากโดยอ้างว่าไม่เสี่ยง คือสัญญาณเตือน เช็กรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ก่อนโอนเงิน
- ล็อกเงินสำรองไว้ยาว: อย่านำเงินฉุกเฉินไปซื้อพันธบัตร 10 ปี เพราะต้องขายก่อนกำหนดในราคาตลาด
- ไล่ตามกองทุนที่ผลตอบแทนสูงสุดปีที่แล้ว: กองตราสารหนี้ต่างประเทศที่ได้กำไรจากค่าเงินอาจกลับทิศได้
ขั้นต่อไปเมื่อเริ่มมั่นใจ
- ลองลงทุนกองทุนผสมหรือกองทุนดัชนีแบบทยอยซื้อทุกเดือน (Dollar Cost Averaging หรือ DCA) ด้วยเงินไม่เกิน 5% ถึง 10% ของเงินออม
- ตั้งเวลาทบทวนแผนปีละครั้ง เทียบผลตอบแทนกับเงินเฟ้อปีล่าสุด และย้ายเงินที่ครบกำหนดไปที่ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า
- ความเสี่ยงที่รับได้ควรเพิ่มทีละนิด ไม่ต้องกระโดดจากเงินฝากไปหุ้นรายตัวทันที
คำถามที่พบบ่อย
มีที่พักเงินไหนไม่เสี่ยงเลยแต่ชนะเงินเฟ้อแน่นอนไหม
ไม่มี ที่พักเงินที่ถอนได้ทันทีและความเสี่ยงต่ำมากมักให้ผลตอบแทนใกล้ดอกเบี้ยนโยบาย ตัวเลือกความเสี่ยงต่ำที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าเงินเฟ้อคาดการณ์ต้องแลกด้วยการถือยาว เช่น พันธบัตร 10 ปี
กองทุนตลาดเงินขาดทุนได้ไหม
โอกาสต่ำมากแต่ไม่เท่ากับศูนย์ เพราะกองทุนไม่ใช่เงินฝากและไม่ได้รับการคุ้มครองเงินฝาก ควรเลือกกองที่ลงทุนในตราสารภาครัฐหรือเงินฝากธนาคารเป็นหลัก
ควรกระจายเงินฝากหลายธนาคารไหม
ควร ถ้าเงินฝากในธนาคารเดียวเกิน 1 ล้านบาท เพื่อให้อยู่ในวงเงินคุ้มครอง และได้ใช้ช่วงดอกเบี้ยสูงของแต่ละบัญชี
ถ้าดอกเบี้ยลดอีก ควรทำอย่างไร
ดอกเบี้ยเงินฝากและผลตอบแทนกองทุนตลาดเงินจะลดตาม ส่วนพันธบัตรดอกเบี้ยคงที่ที่ซื้อไว้แล้วจะยังได้ดอกเบี้ยเท่าเดิม นี่คือเหตุผลที่ควรล็อกดอกเบี้ยส่วนหนึ่งไว้สำหรับเงินที่ไม่ใช้หลายปี
ไม่กล้าซื้อหุ้น จะชนะเงินเฟ้อในระยะยาวได้ไหม
ได้บางส่วนจากพันธบัตรระยะยาว แต่ถ้าต้องการให้เงินเติบโตมากกว่าเงินเฟ้ออย่างชัดเจน สุดท้ายมักต้องมีสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นบางส่วน เช่น กองทุนผสมหรือกองทุนดัชนี ซึ่งเริ่มทีละน้อยได้
เช็กลิสต์ก่อนย้ายเงินออม
- คำนวณค่าใช้จ่ายต่อเดือนและตั้งเป้าเงินสำรอง 3 ถึง 6 เดือน
- เทียบดอกเบี้ยบัญชีดิจิทัลตามช่วงเงินที่มีจริง ไม่ดูเฉพาะตัวเลขสูงสุด
- อ่านหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญก่อนซื้อกองทุน เช็กค่าใช้จ่ายและระยะเวลาได้เงินคืน
- ซื้อพันธบัตรด้วยเงินที่ไม่ต้องใช้ตลอดอายุพันธบัตรเท่านั้น
- ตรวจสอบใบอนุญาตผู้เสนอขายกับ ก.ล.ต. ก่อนลงทุนทุกครั้ง
- ทบทวนแผนและเงินเฟ้อล่าสุดปีละครั้ง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนกันยายน 2569 จากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์
- ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินครั้งที่ 5/2569 ธนาคารแห่งประเทศไทย
- สรุปบัญชีเงินฝากดิจิทัลปี 2569 จากไทยรัฐออนไลน์
- หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญกองทุน MMGOVMF และ MMM-MF ของ MFC
- รายละเอียดพันธบัตรออมพลัสเดือนตุลาคม 2569
- หลักเกณฑ์คุ้มครองเงินฝาก 1 ล้านบาท ของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก
คำเตือน
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล อัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทนอ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ระบุและอาจเปลี่ยนแปลงได้ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ
อรุโณทัย แสงทอง บรรณาธิการเว็บไซต์ Bkklovehoro.com เริ่มต้นจากจุดที่ยากลำบากที่สุดจุดหนึ่งในชีวิต เมื่อต้องเผชิญกับวิกฤตหนี้สินรุมเร้าและการบริหารเงินที่ผิดพลาดจนเกือบเอาตัวไม่รอด ด้วยความมุ่งมั่นที่จะหาทางออก จึงใช้เวลาศึกษา ค้นคว้า และลงมือปฏิบัติจริงเพื่อเจรจาประนอมหนี้ ปรับโครงสร้างการเงิน และฟื้นฟูเครดิตบูโรด้วยตนเองจนกระทั่งหลุดพ้นจากวงจรหนี้ได้สำเร็จ จากบทเรียนราคาแพงในอดีตและประสบการณ์กว่า 10 ปี ควบคู่กับความรู้จากการศึกษาการเงินการลงทุน จนได้รวบรวมองค์ความรู้และเทคนิคภาคปฏิบัติที่ผ่านการลองผิดลองถูกมาถ่ายทอดผ่านเว็บไซต์ เพื่อเป็นเข็มทิศให้กับผู้คนที่กำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนปลดหนี้ การจัดสรรงบประมาณในยามวิกฤต ไปจนถึงการเริ่มต้นก้าวเข้าสู่โลกของการลงทุนจากเงินก้อนเล็กๆ
ติดต่องาน
Bkklovehoro@gmail.com
https://www.facebook.com/bkklovehoro
https://www.youtube.com/channel/Bkklovehoro
https://www.tiktok.com/@bkklovehoro