ลงทุนอะไรดี ความเสี่ยงน้อย ผลตอบแทนสูง 2569

เงินเดือนเหลือเก็บทุกเดือนเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่เมื่อเงินเฟ้อเดือนกันยายน 2569 ขึ้นไปถึง 2.82% ในขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.00% เงินที่นอนนิ่งในบัญชีออมทรัพย์กำลังซื้อของได้น้อยลงทุกปี บทความนี้เทียบที่พักเงินความเสี่ยงต่ำด้วยตัวเลขจริง และวางแผนทีละขั้นสำหรับคนที่ยังไม่พร้อมซื้อหุ้น

ยาวไป เลือกอ่าน

คำตอบสั้น: ในปี 2569 ที่พักเงินความเสี่ยงต่ำส่วนใหญ่ให้ผลตอบแทนไม่ถึงเงินเฟ้อเดือนล่าสุด กองทุนตลาดเงินและกองตราสารหนี้ระยะสั้นให้ราว 0.7% ถึง 0.9% ต่อปี บัญชีดิจิทัลให้ 1.25% ถึง 1.7% สำหรับเงินหลักแสน ส่วนที่ใกล้เคียงเงินเฟ้อทั้งปีที่สุดคือพันธบัตรออมพลัส 10 ปี ดอกเบี้ย 2.80% แต่ต้องถือยาว ทางออกคือแบ่งเงินตามเวลาที่ต้องใช้ เงินสำรองอยู่ในที่ถอนง่าย ส่วนเงินไม่ใช้หลายปีค่อยๆ ขยับไปสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า

เงินเก็บนอนนิ่งในบัญชี เสียดายเงินเฟ้อ ทำยังไง

เงินเฟ้อไทยปี 2569 อยู่ตรงไหน

ตัวชี้วัด

ตัวเลข

เงินเฟ้อทั่วไป กันยายน 2569

2.82%

เงินเฟ้อพื้นฐาน กันยายน 2569

1.50%

เฉลี่ย 9 เดือนแรก 2569

1.54%

คาดการณ์ทั้งปี 2569

1.8% ถึง 2.2%

คาดการณ์ปี 2570

1.3%

  • สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่าเงินเฟ้อเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นเพราะราคาน้ำมัน อาหารสด และอาหารสำเร็จรูป
  • ตัวเลขคาดการณ์ปี 2570 มาจากธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569
  • เงินเฟ้อเป็นตัวเลขเฉลี่ยของตะกร้าสินค้า คนที่ใช้เงินกับอาหารและการเดินทางมากอาจรู้สึกว่าของแพงขึ้นมากกว่าตัวเลขทางการ

เงิน 100,000 บาท เหลือกำลังซื้อเท่าไร

ตารางนี้สมมติเงินเฟ้อเฉลี่ย 2% ต่อปี และคิดดอกเบี้ยทบต้นก่อนหักภาษี

ฝากไว้

ดอกเบี้ย 0.25%

ดอกเบี้ย 1.45%

ดอกเบี้ย 2.80%

1 ปี

98,284

99,461

100,784

5 ปี

91,711

97,333

103,984

10 ปี

84,109

94,737

108,126

  • ตัวเลขคือกำลังซื้อเทียบเป็นเงินวันนี้ ไม่ใช่ยอดเงินในบัญชี
  • ที่ดอกเบี้ย 0.25% ยอดในบัญชีหลัง 10 ปีจะเป็น 102,528 บาท แต่ซื้อของได้เท่ากับเงินราว 84,109 บาทในวันนี้ หายไปเกือบ 16,000 บาทโดยไม่ได้ใช้จ่ายอะไรเลย
  • การย้ายเงินไปที่ให้ดอกเบี้ยสูงขึ้นเพียง 1% ถึง 2% ทำให้ผลต่างกันหลักหมื่นบาทเมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี

ดอกเบี้ยที่แท้จริงต้องหักเงินเฟ้อ

  • ผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Return) ประมาณได้จากดอกเบี้ยหลังภาษีลบด้วยเงินเฟ้อ
  • ดอกเบี้ย 1.45% หักภาษี 15% เหลือราว 1.23% เมื่อเทียบกับเงินเฟ้อ 2% ผลตอบแทนที่แท้จริงติดลบราว 0.8% ต่อปี
  • ดอกเบี้ยออมทรัพย์ได้รับยกเว้นภาษีเมื่อรวมทุกธนาคารไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี คนที่เงินออมไม่มากจึงมักไม่ถูกหักภาษี

ที่พักเงิน ดอกเบี้ยชนะเงินเฟ้อ สภาพคล่องสูง ไม่เสี่ยง

บัญชีเงินฝากดิจิทัลดอกเบี้ยสูง

บัญชี

ดอกเบี้ยต่อปี

ช่วงเงินฝาก

Thai Credit Alpha Savings

1.70%

ไม่เกิน 500,000 บาท

ibank eออมทรัพย์

1.55%

20,000 ถึง 1 ล้านบาท

SCB ออมทรัพย์อีซี่

1.45%

ไม่เกิน 1 ล้านบาท

TISCO eออมทรัพย์

1.40%

ไม่เกิน 1 ล้านบาท

UOB TMRW

1.40%

ไม่เกิน 5 ล้านบาท

Kept by Krungsri กระปุก Grow

1.35% ถึง 1.45%

ไม่เกิน 5 ล้านบาท

KKP Dime! Save

1.25%

10,000 ถึง 1 ล้านบาท

  • ตัวเลขจากการสำรวจเมื่อเดือนมีนาคม 2569 หลังการลดดอกเบี้ยนโยบายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ธนาคารปรับอัตราได้ตลอด ควรเช็กในแอปก่อนเปิดบัญชี
  • บางบัญชีให้ 3% เฉพาะ 10,000 บาทแรก เช่น KKP Dime! Save และ LH Bank B You MAX เหมาะกับเงินก้อนเล็ก แต่เงินส่วนที่เกินจะได้ดอกเบี้ยต่ำลงมาก
  • บัญชีที่โฆษณาดอกเบี้ยสูงมาก เช่น 5.55% มักให้เฉพาะเงินบางช่วง อัตราเฉลี่ยจริงอาจเหลือเพียงราว 1.5%

จุดแข็งและข้อจำกัดของบัญชีดิจิทัล

  • ถอนได้ทันทีผ่านแอป เหมาะกับเงินสำรองฉุกเฉินที่สุด
  • สถาบันคุ้มครองเงินฝากคุ้มครองเงินฝากสกุลบาทสูงสุด 1 ล้านบาทต่อผู้ฝากต่อสถาบันการเงิน
  • บางบัญชีมีเงื่อนไขโบนัส เช่น ยอดเงินเฉลี่ยเดือนนี้ต้องไม่ต่ำกว่าเดือนก่อน ถ้าถอนบ่อยอาจไม่ได้โบนัส
  • ดอกเบี้ยราว 1.4% ถึง 1.7% ยังต่ำกว่าเงินเฟ้อเดือนกันยายน 2.82% แต่ใกล้เคียงเงินเฟ้อเฉลี่ย 9 เดือนที่ 1.54%

กองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund)

ตัวอย่างกองทุน

ผลตอบแทน 1 ปี

ค่าใช้จ่ายรวมต่อปี

ได้เงินคืน

MFC พันธบัตรตลาดเงิน (MMGOVMF)

0.69%

0.30%

T+1

  • ตัวเลข ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 ลงทุนขั้นต่ำ 100 บาท ไม่มีค่าธรรมเนียมซื้อและขายคืน
  • กองทุนตลาดเงินลงทุนในตราสารหนี้อายุสั้นและเงินฝาก ความเสี่ยงต่ำมาก แต่ไม่ได้อยู่ในการคุ้มครองเงินฝาก
  • ดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ทำให้ผลตอบแทนกองทุนตลาดเงินปีนี้ต่ำกว่าบัญชีดิจิทัลบางบัญชี จุดเด่นคือไม่จำกัดวงเงินและกำไรจากการขายหน่วยลงทุนของบุคคลธรรมดาไม่ต้องเสียภาษี
  • เหมาะกับเงินก้อนใหญ่ที่เกินวงเงินดอกเบี้ยสูงของบัญชีดิจิทัล หรือเงินที่รอย้ายไปลงทุนอื่น

กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น ชนะเงินเฟ้อไหม

ผลตอบแทนกองตราสารหนี้ระยะสั้นในประเทศ

ตัวอย่างกองทุน

ผลตอบแทน 1 ปี

ค่าใช้จ่ายรวมต่อปี

ระดับความเสี่ยง

MFC ตราสารหนี้ระยะสั้น (MMM-MF)

0.88%

0.46%

ค่อนข้างต่ำ

  • ตัวเลข ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 ขายคืนได้ทุกวันทำการ ได้เงินภายใน 1 วันทำการ
  • ผลตอบแทนสูงกว่ากองทุนตลาดเงินเล็กน้อย แต่ยังต่ำกว่าเงินเฟ้อมาก คำตอบตรงๆ คือปี 2569 กองตราสารหนี้ระยะสั้นในประเทศยังไม่ชนะเงินเฟ้อ
  • ค่าใช้จ่ายกองทุนกินส่วนสำคัญของผลตอบแทน ควรเทียบค่าใช้จ่ายรวมในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ (Fund Fact Sheet) ทุกครั้ง

กองตราสารหนี้ต่างประเทศให้ผลตอบแทนสูงกว่า แต่มีเงื่อนไข

  • กองตราสารหนี้ระยะสั้นสหรัฐบางกองให้ผลตอบแทน 1 ปีราว 5% ณ เดือนมีนาคม 2569 เพราะดอกเบี้ยสหรัฐสูงกว่าไทย
  • กองที่ไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (Unhedged) มีกำไรหรือขาดทุนจากค่าเงินบาทปนอยู่ด้วย ความเสี่ยงจึงสูงกว่าที่พักเงินในประเทศ
  • เหมาะเป็นขั้นถัดไปหลังมีเงินสำรองครบแล้ว ไม่ใช่ที่เก็บเงินฉุกเฉิน

พันธบัตรออมพลัสของกระทรวงการคลัง

รุ่น

ดอกเบี้ยคงที่ต่อปี

หลังหักภาษี 15%

ครบกำหนด

อายุ 3 ปี

1.80%

1.53%

ตุลาคม 2572

อายุ 10 ปี

2.80%

2.38%

ตุลาคม 2579

  • สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดขายรอบเดือนตุลาคม 2569 วงเงินรวม 4,000 ล้านบาท ขายผ่านวอลเล็ต สบม. ในแอปเป๋าตังถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2569 หรือจนกว่าจะหมด
  • ซื้อขั้นต่ำ 100 บาท สูงสุด 1 ล้านบาทต่อครั้ง รับดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ผู้ซื้อต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป
  • รุ่น 10 ปีหลังหักภาษียังสูงกว่าเงินเฟ้อคาดการณ์ปี 2569 และปี 2570 จึงเป็นทางเลือกความเสี่ยงต่ำเพียงไม่กี่ตัวที่มีโอกาสชนะเงินเฟ้อ
  • ข้อจำกัดคือสภาพคล่องต่ำ ถ้าต้องการเงินก่อนครบกำหนดต้องขายในตลาดรอง และราคาอาจต่ำกว่าเงินที่ลงทุน จึงควรใช้เงินที่แน่ใจว่าไม่ใช้หลายปี

วิธีออมเงินไม่ให้เงินเฟ้อกิน สำหรับมือใหม่ ไม่กล้าซื้อหุ้น

หลักคิดคือแบ่งเงินตามเวลาที่จะใช้ เงินที่ต้องใช้เร็วอยู่ที่ถอนง่าย เงินที่ไม่ใช้หลายปีจึงค่อยหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น

ขั้นที่ 1 ตั้งระบบออมอัตโนมัติ

  • ตั้งโอนเงินออมทันทีที่เงินเดือนเข้า ไม่รอเหลือปลายเดือน
  • แยกบัญชีใช้จ่ายออกจากบัญชีเก็บเงิน จะได้เห็นชัดว่าเงินออมเพิ่มขึ้นเท่าไร

ขั้นที่ 2 สร้างเงินสำรองฉุกเฉินในบัญชีดิจิทัล

  • เก็บเงินสำรอง 3 ถึง 6 เดือนของค่าใช้จ่าย ในบัญชีดิจิทัลที่ให้ดอกเบี้ยสูงในช่วงเงินที่เรามี
  • ถ้าเงินเกิน 1 ล้านบาท กระจายหลายธนาคารเพื่อให้อยู่ในวงเงินคุ้มครองเงินฝากและช่วงดอกเบี้ยสูง

ขั้นที่ 3 เงินส่วนเกินใช้กองทุนตลาดเงินเป็นที่พัก

  • เงินที่เกินวงเงินดอกเบี้ยสูงของบัญชีดิจิทัล หรือเงินที่รอกำหนดใช้ภายใน 1 ปี พักในกองทุนตลาดเงินได้
  • เริ่มที่ 100 บาทก่อนก็ได้ เพื่อเรียนรู้วิธีซื้อขายผ่านแอปธนาคารหรือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม

ขั้นที่ 4 เงินที่ไม่ใช้ 1 ถึง 3 ปี

  • พิจารณากองตราสารหนี้ระยะสั้น หรือพันธบัตรออมพลัสรุ่น 3 ปี ที่ล็อกดอกเบี้ยไว้แน่นอน
  • เหมาะกับเป้าหมายที่มีวันใช้ชัดเจน เช่น เงินดาวน์บ้านหรือค่าเทอมลูก

ขั้นที่ 5 เงินที่ไม่ใช้เกิน 5 ปี

  • พันธบัตรรุ่น 10 ปีเป็นตัวเลือกความเสี่ยงต่ำที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าเงินเฟ้อคาดการณ์
  • เมื่อคุ้นเคยกับการขึ้นลงของราคาแล้ว ค่อยพิจารณากองทุนผสมหรือกองทุนหุ้นด้วยสัดส่วนเล็กๆ แทนการซื้อหุ้นรายตัวตรงๆ

ตัวอย่างการแบ่งเงินออม 300,000 บาท

ก้อนเงิน

จำนวน (บาท)

ที่พักเงิน

เงินสำรอง 6 เดือน

150,000

บัญชีดิจิทัล

เงินใช้ใน 1 ถึง 3 ปี

80,000

พันธบัตร 3 ปี

เงินไม่ใช้เกิน 5 ปี

70,000

พันธบัตร 10 ปี

  • ตัวอย่างนี้สมมติค่าใช้จ่ายเดือนละ 25,000 บาท ควรปรับตามค่าใช้จ่ายและเป้าหมายของแต่ละคน

วางแผนการเงิน ดอกเบี้ยเงินฝากแพ้เงินเฟ้อ แก้อย่างไร

แบ่งเงินแล้วได้ผลตอบแทนเพิ่มเท่าไร

วิธีเก็บเงิน 300,000 บาท

ดอกเบี้ยต่อปีหลังภาษี (บาท)

เทียบเป็นอัตรา

ออมทรัพย์ธรรมดาทั้งก้อน

ราว 750

0.25%

แบ่ง 3 ก้อนตามตัวอย่าง

ราว 5,140

1.71%

  • คำนวณจากบัญชีดิจิทัล 1.5% พันธบัตร 3 ปี 1.80% และพันธบัตร 10 ปี 2.80% หักภาษี 15% เฉพาะดอกเบี้ยพันธบัตร ส่วนดอกเบี้ยออมทรัพย์ไม่เกิน 20,000 บาทจึงไม่เสียภาษี
  • ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่า โดยยังไม่มีเงินส่วนไหนอยู่ในหุ้น
  • 1.71% ยังต่ำกว่าเงินเฟ้อคาดการณ์ปี 2569 เล็กน้อย แต่สูงกว่าเงินเฟ้อคาดการณ์ปี 2570 ที่ 1.3% และช่วยชะลอการสูญเสียกำลังซื้อได้มาก

กับดักที่คนกลัวเงินเฟ้อมักเจอ

  • โฆษณาดอกเบี้ยสูงเกินจริง: อ่านเงื่อนไขช่วงเงินและอัตราเฉลี่ยทุกครั้ง
  • การชักชวนลงทุนที่รับประกันผลตอบแทนสูง: ผลตอบแทนสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาลมากโดยอ้างว่าไม่เสี่ยง คือสัญญาณเตือน เช็กรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ก่อนโอนเงิน
  • ล็อกเงินสำรองไว้ยาว: อย่านำเงินฉุกเฉินไปซื้อพันธบัตร 10 ปี เพราะต้องขายก่อนกำหนดในราคาตลาด
  • ไล่ตามกองทุนที่ผลตอบแทนสูงสุดปีที่แล้ว: กองตราสารหนี้ต่างประเทศที่ได้กำไรจากค่าเงินอาจกลับทิศได้

ขั้นต่อไปเมื่อเริ่มมั่นใจ

  • ลองลงทุนกองทุนผสมหรือกองทุนดัชนีแบบทยอยซื้อทุกเดือน (Dollar Cost Averaging หรือ DCA) ด้วยเงินไม่เกิน 5% ถึง 10% ของเงินออม
  • ตั้งเวลาทบทวนแผนปีละครั้ง เทียบผลตอบแทนกับเงินเฟ้อปีล่าสุด และย้ายเงินที่ครบกำหนดไปที่ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า
  • ความเสี่ยงที่รับได้ควรเพิ่มทีละนิด ไม่ต้องกระโดดจากเงินฝากไปหุ้นรายตัวทันที

คำถามที่พบบ่อย

มีที่พักเงินไหนไม่เสี่ยงเลยแต่ชนะเงินเฟ้อแน่นอนไหม

ไม่มี ที่พักเงินที่ถอนได้ทันทีและความเสี่ยงต่ำมากมักให้ผลตอบแทนใกล้ดอกเบี้ยนโยบาย ตัวเลือกความเสี่ยงต่ำที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าเงินเฟ้อคาดการณ์ต้องแลกด้วยการถือยาว เช่น พันธบัตร 10 ปี

กองทุนตลาดเงินขาดทุนได้ไหม

โอกาสต่ำมากแต่ไม่เท่ากับศูนย์ เพราะกองทุนไม่ใช่เงินฝากและไม่ได้รับการคุ้มครองเงินฝาก ควรเลือกกองที่ลงทุนในตราสารภาครัฐหรือเงินฝากธนาคารเป็นหลัก

ควรกระจายเงินฝากหลายธนาคารไหม

ควร ถ้าเงินฝากในธนาคารเดียวเกิน 1 ล้านบาท เพื่อให้อยู่ในวงเงินคุ้มครอง และได้ใช้ช่วงดอกเบี้ยสูงของแต่ละบัญชี

ถ้าดอกเบี้ยลดอีก ควรทำอย่างไร

ดอกเบี้ยเงินฝากและผลตอบแทนกองทุนตลาดเงินจะลดตาม ส่วนพันธบัตรดอกเบี้ยคงที่ที่ซื้อไว้แล้วจะยังได้ดอกเบี้ยเท่าเดิม นี่คือเหตุผลที่ควรล็อกดอกเบี้ยส่วนหนึ่งไว้สำหรับเงินที่ไม่ใช้หลายปี

ไม่กล้าซื้อหุ้น จะชนะเงินเฟ้อในระยะยาวได้ไหม

ได้บางส่วนจากพันธบัตรระยะยาว แต่ถ้าต้องการให้เงินเติบโตมากกว่าเงินเฟ้ออย่างชัดเจน สุดท้ายมักต้องมีสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นบางส่วน เช่น กองทุนผสมหรือกองทุนดัชนี ซึ่งเริ่มทีละน้อยได้

เช็กลิสต์ก่อนย้ายเงินออม

  • คำนวณค่าใช้จ่ายต่อเดือนและตั้งเป้าเงินสำรอง 3 ถึง 6 เดือน
  • เทียบดอกเบี้ยบัญชีดิจิทัลตามช่วงเงินที่มีจริง ไม่ดูเฉพาะตัวเลขสูงสุด
  • อ่านหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญก่อนซื้อกองทุน เช็กค่าใช้จ่ายและระยะเวลาได้เงินคืน
  • ซื้อพันธบัตรด้วยเงินที่ไม่ต้องใช้ตลอดอายุพันธบัตรเท่านั้น
  • ตรวจสอบใบอนุญาตผู้เสนอขายกับ ก.ล.ต. ก่อนลงทุนทุกครั้ง
  • ทบทวนแผนและเงินเฟ้อล่าสุดปีละครั้ง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนกันยายน 2569 จากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์
  • ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินครั้งที่ 5/2569 ธนาคารแห่งประเทศไทย
  • สรุปบัญชีเงินฝากดิจิทัลปี 2569 จากไทยรัฐออนไลน์
  • หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญกองทุน MMGOVMF และ MMM-MF ของ MFC
  • รายละเอียดพันธบัตรออมพลัสเดือนตุลาคม 2569
  • หลักเกณฑ์คุ้มครองเงินฝาก 1 ล้านบาท ของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก

 

คำเตือน

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล อัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทนอ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ระบุและอาจเปลี่ยนแปลงได้ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ