คำถามว่า กองทุน Healthcare บลจ ไหนดี ผลตอบแทนสูง ไม่มีคำตอบเดียว เพราะกองทุนสุขภาพที่ขายในไทยส่วนใหญ่เป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ที่ส่งเงินไปลงทุนในกองทุนหลักต่างประเทศ ความต่างจริงจึงอยู่ที่ 4 เรื่อง คือ กองทุนหลักที่เลือก นโยบายป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน นโยบายปันผล และค่าธรรมเนียม
บทความนี้รวบรวมข้อมูลกองทุนหุ้นสุขภาพและการแพทย์ระดับโลก 7 กองจาก 6 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) โดยใช้ผลตอบแทนย้อนหลังจาก WealthMagik ช่วงเดือนกันยายนถึงต้นตุลาคม 2569 พร้อมอธิบายว่ากองยาและไบโอเทคต่างจาก Healthcare ทั่วไปอย่างไร ควรถือยาวกี่ปี และตั้งตัดเงินลงทุนสม่ำเสมอ (Dollar Cost Averaging หรือ DCA) ผ่านแอป Streaming Fund+ ได้อย่างไร
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ ผลตอบแทน 1 ปีล่าสุดของกองทุนกลุ่มนี้ฟื้นตัวแรงราว 21 ถึง 27% เกือบทุกกอง แต่ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีส่วนใหญ่ยังต่ำกว่า 3.5% ต่อปี กองทุนสุขภาพจึงเหมาะกับเงินที่วางได้ยาวและทยอยลงทุน มากกว่าการไล่ซื้อตามผลงานปีล่าสุด
เมกะเทรนด์สังคมผู้สูงอายุ ทำไมกองทุนสุขภาพถึงน่าถือยาว
ตัวเลขประชากรสูงวัยที่ขับเคลื่อนความต้องการ
ข้อมูลคาดการณ์ขององค์การสหประชาชาติ (United Nations) ที่ Mercer Capital อ้างอิงไว้ ระบุว่าประชากรโลกอายุ 65 ปีขึ้นไปมีราว 809 ล้านคนเมื่อปี 2023 หรือราว 10% ของประชากรโลก และจะเพิ่มเป็นราว 1,900 ล้านคน หรือ 19.3% ภายในปี 2065 คนสูงวัยใช้ยา เครื่องมือตรวจวินิจฉัย และบริการรักษาพยาบาลมากกว่าวัยทำงานหลายเท่า ความต้องการนี้จึงไม่ได้ขึ้นลงตามรอบเศรษฐกิจมากนัก
ฝั่งอุปกรณ์การแพทย์ Mercer Capital อ้างข้อมูล Fortune Business Insights ว่ายอดขายเครื่องมือแพทย์ทั่วโลกคาดว่าจะเติบโตราว 6.3% ต่อปีในช่วงปี 2024 ถึง 2032 โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะโตเร็วกว่าตลาดอเมริกา
ธุรกิจที่อยู่ในกองทุน Healthcare มีอะไรบ้าง
กองทุน Healthcare ทั่วไปไม่ได้ถือแค่บริษัทยา แต่กระจายไปหลายกลุ่มย่อย ได้แก่
- ยา (Pharmaceuticals) บริษัทใหญ่ที่มียาขายแล้ว กระแสเงินสดสม่ำเสมอ
- เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) บริษัทพัฒนายาใหม่ ยาชีวภาพ ยีนบำบัด เติบโตสูงแต่ผันผวนสูง
- อุปกรณ์การแพทย์ (Medical Devices) เครื่องกระตุ้นหัวใจ ข้อเทียม หุ่นยนต์ผ่าตัด อุปกรณ์วัดน้ำตาล
- บริการสุขภาพและประกันสุขภาพ (Managed Care) โรงพยาบาลและบริษัทประกันสุขภาพ
- เครื่องมือวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Life Sciences Tools) เครื่องมือห้องแล็บ ชุดตรวจ ระบบถอดรหัสพันธุกรรม
โรคเรื้อรังที่มาพร้อมอายุ เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ มะเร็ง และโรคทางสมองอย่าง Alzheimer คือแหล่งรายได้หลักของบริษัทเหล่านี้ ขณะที่ยากลุ่มลดน้ำหนักและยาเบาหวานรุ่นใหม่ (GLP-1) เป็นอีกธีมที่ผลักดันรายได้ของบริษัทยาใหญ่ในช่วงหลัง
กองทุน Healthcare บลจ ไหนดี เทียบ 7 กองที่ขายในไทย
ทุกกองในตารางมีระดับความเสี่ยง 7 (เสี่ยงสูง) และเป็นกองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรม ซึ่งลงทุนกระจุกตัวในหุ้นกลุ่มเดียว ความต่างหลักจึงอยู่ที่ผู้จัดการกองทุนหลักและนโยบายของกองไทย
|
กองทุน |
บลจ. |
กองทุนหลัก |
นโยบายปันผล |
ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน |
|---|---|---|---|---|
|
BCARE |
บัวหลวง |
Wellington Global Health Care Equity Fund |
ตรวจในหนังสือชี้ชวน |
ตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน |
|
SCBGHC |
ไทยพาณิชย์ |
ตรวจในหนังสือชี้ชวน |
จ่ายปันผล |
ตรวจในหนังสือชี้ชวน |
|
KT-HEALTHCARE-A |
กรุงไทย |
Janus Henderson Global Life Sciences Fund |
ไม่จ่าย (สะสมมูลค่า) |
ตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน |
|
KFHEALTH-A |
กรุงศรี |
JPMorgan Funds Global Healthcare Fund |
ไม่จ่าย (สะสมมูลค่า) |
ตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน |
|
K-GHEALTH |
กสิกรไทย |
JPMorgan Funds Global Healthcare Fund |
จ่ายปันผล |
ตรวจในหนังสือชี้ชวน |
|
K-GHEALTH(UH) |
กสิกรไทย |
JPMorgan Funds Global Healthcare Fund |
จ่ายปันผล ปีละไม่เกิน 4 ครั้ง |
ไม่ป้องกัน (Unhedged) |
|
TBIOTECH |
ทิสโก้ |
Polar Capital Funds Biotechnology |
ตรวจในหนังสือชี้ชวน |
ตรวจในหนังสือชี้ชวน |
ข้อสังเกตจากตาราง
กองทุนหลัก JPMorgan Global Healthcare Fund ถูกใช้โดย 3 กองในตาราง คือ K-GHEALTH, K-GHEALTH(UH) และ KFHEALTH-A ถ้าซื้อหลายกองในกลุ่มนี้พร้อมกัน พอร์ตจะซ้ำกันเกือบทั้งหมด ไม่ได้ช่วยกระจายความเสี่ยงเลย
KT-HEALTHCARE-A ใช้กองทุนหลักแนว Life Sciences ของ Janus Henderson ซึ่งเน้นบริษัทที่เกี่ยวกับนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ตาม Fund Fact Sheet ณ 31 สิงหาคม 2569 กองนี้เก็บค่าธรรมเนียมการจัดการจริง 1.3375% ต่อปี จากเพดาน 2.675% และมีมูลค่าขั้นต่ำในการซื้อเพียง 1 บาท
TBIOTECH ต่างจากกองอื่นชัดที่สุด เพราะกองทุนหลักของ Polar Capital ลงทุนอย่างน้อย 51% ในบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ การวินิจฉัยโรค และเครื่องมือวิทยาศาสตร์ชีวภาพ จึงเป็นกองเฉพาะทางมากกว่ากอง Healthcare ทั่วไป
ก่อนซื้อจริง ควรเปิด Fund Fact Sheet ล่าสุดของกองนั้นบนเว็บไซต์ บลจ. เพื่อตรวจค่าธรรมเนียมรวม (Total Expense Ratio หรือ TER) นโยบายค่าเงิน และนโยบายปันผล เพราะ บลจ. ปรับเงื่อนไขได้ระหว่างปี
ผลตอบแทนกองทุน Healthcare ย้อนหลัง 1 ปี และ 5 ปี
ผลตอบแทนเฉลี่ย 3 ปีและ 10 ปี ช่วยบอกว่ากองไหนสม่ำเสมอกว่าในรอบยาว
|
กองทุน |
เฉลี่ย 3 ปี ต่อปี |
เฉลี่ย 10 ปี ต่อปี |
ข้อมูล ณ วันที่ |
|---|---|---|---|
|
TBIOTECH |
21.57% |
ยังไม่ครบ 10 ปี (จัดตั้ง 12 มี.ค. 2563) |
5 ต.ค. 2569 |
|
KT-HEALTHCARE-A |
8.27% |
6.90% |
30 ก.ย. 2569 |
|
SCBGHC |
7.90% |
6.88% |
9 ก.ย. 2569 |
|
BCARE |
6.55% |
5.19% |
25 ก.ย. 2569 |
|
KFHEALTH-A |
4.05% |
ยังไม่ครบ 10 ปี |
25 ก.ย. 2569 |
|
K-GHEALTH(UH) |
2.78% |
5.71% |
24 ก.ย. 2569 |
|
K-GHEALTH |
2.39% |
4.79% |
6 ต.ค. 2569 |
อ่านตัวเลขอย่างไรไม่ให้หลงทาง
ปีล่าสุดฟื้นแรง แต่รอบ 5 ปีอ่อน หุ้นกลุ่มสุขภาพทำผลงานแพ้ตลาดหุ้นโลกมาหลายปีหลังช่วงโควิด ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีจึงต่ำ ผลตอบแทน 1 ปีที่สูงราว 21 ถึง 27% สะท้อนการฟื้นจากฐานต่ำ ไม่ได้รับประกันว่าปีต่อไปจะซ้ำ
TBIOTECH โดดเด่นที่สุดในรอบ 3 และ 5 ปี แต่ก็ผันผวนที่สุด ข้อมูลเดียวกันแสดงว่ากองนี้ติดลบ 10.26% ในเดือนล่าสุด ซึ่งเป็นธรรมชาติของหุ้นไบโอเทค
ในกลุ่ม Healthcare ทั่วไป KT-HEALTHCARE-A และ SCBGHC สม่ำเสมอกว่า ทั้งรอบ 3 ปี 5 ปี และ 10 ปี อยู่ในกลุ่มบนของกองที่เทียบ
อย่าเทียบ K-GHEALTH กับ K-GHEALTH(UH) ตรงๆ จากตัวเลขชุดนี้ สองกองใช้กองทุนหลักเดียวกัน แต่ข้อมูลห่างกันเกือบ 2 สัปดาห์ ในช่วงที่ K-GHEALTH ลดลง 4.29% ในเดือนเดียว ผลต่างของนโยบายค่าเงินจึงแยกไม่ออกจากผลของวันที่
กองที่จ่ายปันผลอาจดูผลตอบแทนต่ำกว่าความจริง ผลตอบแทนที่คำนวณจากมูลค่าหน่วยลงทุน (Net Asset Value หรือ NAV) ของกองจ่ายปันผล เช่น K-GHEALTH และ SCBGHC อาจไม่รวมเงินปันผลที่จ่ายออกไปแล้ว ควรดูตัวเลขผลตอบแทนแบบรวมปันผลใน Fund Fact Sheet ของ บลจ. ประกอบ
เปรียบเทียบกองทุน Global Healthcare ปันผล ไม่ปันผล และ Hedge กับ Unhedge
กองปันผล กับ กองสะสมมูลค่า
|
ประเด็น |
กองจ่ายปันผล (เช่น K-GHEALTH, SCBGHC) |
กองไม่จ่ายปันผล (เช่น KT-HEALTHCARE-A, KFHEALTH-A) |
|---|---|---|
|
กระแสเงินสด |
ได้เงินสดระหว่างทาง |
กำไรทบอยู่ในมูลค่าหน่วยลงทุน |
|
ภาษี |
ปันผลถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% หรือเลือกนำไปรวมคำนวณภาษีปลายปี |
กำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุนของบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ |
|
พลังดอกเบี้ยทบต้น |
ลดลง หากไม่นำปันผลไปลงทุนต่อ |
เต็มที่ เพราะเงินไม่ออกจากกอง |
|
เหมาะกับ |
คนที่ต้องการกระแสเงินสด เช่น วัยเกษียณ |
คนวัยทำงานที่สะสมความมั่งคั่งระยะยาว |
สำหรับคนที่ตั้งใจถือยาวและทยอยสะสม กองสะสมมูลค่ามักได้เปรียบเรื่องภาษีและการทบต้น ส่วนกองปันผลเหมาะกับคนที่ต้องการเงินสดใช้จ่ายสม่ำเสมอ ทั้งนี้ กองปันผลไม่ได้รับประกันว่าจะจ่ายทุกรอบ ขึ้นกับผลกำไรและการพิจารณาของ บลจ.
ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (Hedge) หรือไม่ป้องกัน (Unhedge)
กองทุนหลักทั้งหมดลงทุนเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เงินบาทจึงกระทบผลตอบแทนโดยตรง
- ถ้าเงินบาทแข็งค่าขึ้น กองที่ไม่ป้องกันความเสี่ยงจะได้ผลตอบแทนเป็นบาทน้อยลง กองที่ป้องกันความเสี่ยงจะเจ็บน้อยกว่า
- ถ้าเงินบาทอ่อนค่าลง กองที่ไม่ป้องกันความเสี่ยงได้กำไรค่าเงินเพิ่ม กองที่ป้องกันความเสี่ยงจะไม่ได้ส่วนนี้
- กองที่ป้องกันความเสี่ยงมีต้นทุน ต้นทุนการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงขึ้นกับส่วนต่างดอกเบี้ยไทยกับสหรัฐฯ
กองส่วนใหญ่ในตาราง เช่น BCARE, KT-HEALTHCARE-A และ KFHEALTH-A ใช้นโยบายป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน หมายความว่าสัดส่วนการป้องกันเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ ถ้าต้องการรับความเสี่ยงค่าเงินเต็มที่แบบชัดเจน K-GHEALTH(UH) เป็นตัวเลือกที่ระบุไว้ตรงที่สุด
สำหรับการถือยาว 10 ปีขึ้นไป ผลจากค่าเงินมักเฉลี่ยกันไปบางส่วน แต่ถ้าจะใช้เงินในช่วง 3 ถึง 5 ปี ความผันผวนของค่าเงินอาจทำให้ผลลัพธ์ต่างกันมาก
กองทุนหุ้นกลุ่มยาและไบโอเทค ต่างจาก Healthcare ทั่วไปอย่างไร
กอง Healthcare ทั่วไปเปรียบเหมือนซื้อทั้งโรงพยาบาล ตั้งแต่ร้านขายยา ห้องแล็บ ห้องผ่าตัด ไปจนถึงฝ่ายประกัน ส่วนกองไบโอเทคเปรียบเหมือนซื้อเฉพาะห้องวิจัยยาใหม่ ซึ่งถ้ายาตัวใหม่ผ่านการทดลองก็กำไรมาก แต่ถ้าล้มเหลวก็ขาดทุนแรง
|
ประเด็น |
Healthcare ทั่วไป |
ยาขนาดใหญ่ (Big Pharma) |
ไบโอเทค (Biotech) |
|---|---|---|---|
|
ตัวอย่างกองในไทย |
BCARE, SCBGHC, KFHEALTH-A, K-GHEALTH |
เป็นส่วนหนึ่งในกอง Healthcare ทั่วไป |
TBIOTECH |
|
แหล่งรายได้ |
หลากหลาย ยา อุปกรณ์ บริการ ประกัน |
ยอดขายยาที่มีสิทธิบัตร |
ยาใหม่ที่อยู่ระหว่างทดลอง หรือเพิ่งได้รับอนุมัติ |
|
ความผันผวน |
ปานกลางเมื่อเทียบในกลุ่มหุ้น |
ต่ำกว่า มักจ่ายปันผล |
สูงมาก ขึ้นลงตามผลทดลองทางคลินิก |
|
ปัจจัยที่ต้องจับตา |
นโยบายราคายาและประกันสุขภาพสหรัฐฯ |
วันหมดอายุสิทธิบัตร ยาสามัญเข้ามาแข่ง |
อัตราดอกเบี้ย และการอนุมัติยาจากหน่วยงานกำกับ |
|
บทบาทในพอร์ต |
แกนหลักของธีมสุขภาพ |
ส่วนป้องกันขาลง |
ส่วนเสริมเพื่อเร่งการเติบโต |
ทำไมไบโอเทคไวต่ออัตราดอกเบี้ย
บริษัทไบโอเทคจำนวนมากยังไม่มีกำไร ต้องพึ่งเงินระดมทุนเพื่อทำวิจัยหลายปี เมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ต้นทุนการระดมทุนแพงขึ้นและมูลค่าของกำไรในอนาคตถูกคิดลดมากขึ้น หุ้นกลุ่มนี้จึงมักลดลงแรงช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น และฟื้นแรงเมื่อตลาดคาดว่าดอกเบี้ยจะลดลง
ควรเลือกแบบไหน
สำหรับคนเริ่มต้น กอง Healthcare ทั่วไปเหมาะเป็นแกนหลักมากกว่า เพราะกระจายความเสี่ยงหลายกลุ่มย่อย ถ้าต้องการเพิ่มโอกาสเติบโต อาจแบ่งเงินส่วนเล็กไปที่กองไบโอเทค โดยยอมรับว่าอาจติดลบหนักในบางปี
ควรระวังการถือหลายกองที่ใช้กองทุนหลักเดียวกัน เช่น K-GHEALTH คู่กับ KFHEALTH-A เพราะไม่ได้ช่วยกระจายความเสี่ยง ถ้าจะถือ 2 กอง ควรเลือกกองที่กองทุนหลักต่างกัน
กองทุนสุขภาพ เมกะเทรนด์สังคมผู้สูงอายุ มีความเสี่ยงอะไรบ้าง
เมกะเทรนด์ที่ดีไม่ได้แปลว่าหุ้นจะขึ้นทุกปี ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีที่ต่ำของกองส่วนใหญ่ในตารางคือหลักฐานชัดเจน ความเสี่ยงหลักที่ควรรู้มีดังนี้
1. ความเสี่ยงด้านนโยบายราคายาในสหรัฐฯ หุ้นในกองทุนหลักส่วนใหญ่เป็นบริษัทสหรัฐฯ นโยบายควบคุมราคายา การเจรจาราคายากับภาครัฐ และการเปลี่ยนแปลงระบบประกันสุขภาพ กระทบรายได้ของทั้งกลุ่มได้ในคราวเดียว
2. ความเสี่ยงจากการทดลองทางคลินิกและการอนุมัติยา ยาใหม่ต้องผ่านการทดลองหลายระยะและได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับ เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (Food and Drug Administration หรือ FDA) ข่าวล้มเหลวเพียงครั้งเดียวทำให้หุ้นไบโอเทคร่วงได้หลายสิบเปอร์เซ็นต์
3. ความเสี่ยงสิทธิบัตรหมดอายุ เมื่อสิทธิบัตรยาขายดีหมดอายุ ยาสามัญราคาถูกจะเข้ามาแข่งและดึงยอดขายลงเร็ว
4. ความเสี่ยงจากการกระจุกตัว กองทุนหมวดอุตสาหกรรมลงทุนในหุ้นกลุ่มเดียว และมักถือหุ้นใหญ่ไม่กี่ตัวในสัดส่วนสูง ผลงานของบริษัทใหญ่ไม่กี่แห่งจึงกำหนดผลตอบแทนของทั้งกอง
5. ความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ทุกกองลงทุนผ่านกองทุนหลักสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ เงินบาทที่แข็งค่าทำให้ผลตอบแทนในรูปเงินบาทลดลง
6. ความเสี่ยงด้านมูลค่าหุ้นและกระแสความนิยม เงินลงทุนทั่วโลกไหลเข้าหุ้นเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) อย่างหนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หุ้นสุขภาพอาจถูกมองข้ามได้นานแม้พื้นฐานดี และเมื่อหุ้นบางกลุ่ม เช่น ยาลดน้ำหนัก ได้รับความนิยมมาก ราคาก็อาจสูงเกินพื้นฐานได้เช่นกัน
7. ความเสี่ยงสภาพคล่องและเวลารับเงิน กองทุนต่างประเทศได้รับเงินค่าขายคืนช้ากว่ากองในประเทศ เช่น K-GHEALTH และ KT-HEALTHCARE-A ได้รับเงินภายใน 4 วันทำการหลังวันขาย (T+4) จึงไม่ควรใช้เงินที่อาจต้องเรียกใช้ฉุกเฉิน
ซื้อกองทุนหุ้นสุขภาพและการแพทย์ ถือยาวกี่ปีดี
จากตัวเลขในบทความนี้ กองที่มีประวัติครบ 10 ปีให้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 4.79% ถึง 6.90% ต่อปี ขณะที่รอบ 5 ปีบางกองยังติดลบ แปลว่าคนที่ซื้อแล้วถือเพียง 3 ถึง 5 ปี มีโอกาสเจอช่วงที่ผลตอบแทนแทบไม่ขยับเลย
แนวทางที่สมเหตุสมผลคือ
- ถือขั้นต่ำ 5 ปี สำหรับกอง Healthcare ทั่วไป
- มองยาว 10 ปีขึ้นไป หากเป้าหมายคือรับประโยชน์จากเมกะเทรนด์สังคมผู้สูงอายุเต็มรอบ
- ทบทวนพอร์ตปีละครั้ง ดูว่าสัดส่วนกองสุขภาพยังไม่เกินที่ตั้งใจ เช่น ไม่เกิน 10 ถึง 20% ของพอร์ตหุ้นทั้งหมด
ถ้าต้องการสิทธิลดหย่อนภาษีด้วย บาง บลจ. มีกอง Healthcare ในรูปกองทุนเพื่อการออม (Super Savings Fund หรือ SSF) หรือกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund หรือ RMF) เช่น KT-HEALTHCARE-SSF และ BCARERMF ซึ่งมีเงื่อนไขระยะถือครองบังคับอยู่แล้ว
ซื้อกองทุน Healthcare ผ่านแอป Streaming Fund ตัดเงิน DCA
ทำไม DCA เหมาะกับกองทุนสุขภาพ
กองทุนกลุ่มนี้ขึ้นลงแรงในระยะสั้น เช่น TBIOTECH ลดลงกว่า 10% ในเดือนเดียว การทยอยซื้อด้วยเงินเท่ากันทุกเดือนช่วยให้ได้หน่วยลงทุนมากขึ้นตอนราคาลง โดยไม่ต้องเดาจังหวะตลาด
ตัวอย่างง่ายๆ ลงทุนเดือนละ 3,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน
|
เดือน |
มูลค่าหน่วยลงทุน (บาท) |
หน่วยที่ได้ |
|---|---|---|
|
1 |
20 |
150 |
|
2 |
15 |
200 |
|
3 |
25 |
120 |
|
รวม |
เฉลี่ย 20 |
470 |
เงินลงทุนรวม 9,000 บาท ได้ 470 หน่วย ต้นทุนเฉลี่ยจึงอยู่ที่ราว 19.15 บาทต่อหน่วย ต่ำกว่าราคาเฉลี่ย 20 บาท เพราะเดือนที่ราคาลงได้หน่วยมากกว่า
ขั้นตอนตั้ง DCA ผ่าน Streaming Fund+
Streaming Fund+ เป็นแอปซื้อขายกองทุนที่ให้บริการผ่านบริษัทหลักทรัพย์และบริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุนหลายแห่ง ชื่อเมนูอาจต่างกันเล็กน้อยตามโบรกเกอร์และเวอร์ชันแอป ขั้นตอนทั่วไปมีดังนี้
- เปิดบัญชีกองทุน กับโบรกเกอร์ที่รองรับ Streaming Fund+ และทำแบบประเมินความเสี่ยงให้รับกองระดับ 7 ได้
- ผูกบัญชีตัดเงินอัตโนมัติ (Automatic Transfer System หรือ ATS) กับบัญชีธนาคารที่ใช้
- ค้นหากองทุน ด้วยรหัส เช่น KT-HEALTHCARE-A หรือ BCARE แล้วเปิดดู Fund Fact Sheet ก่อน
- เลือกเมนูซื้อแบบสม่ำเสมอหรือ DCA กำหนดจำนวนเงินต่องวด วันที่ตัดเงิน และความถี่
- ยืนยันคำสั่ง และตรวจในรายการคำสั่งว่าแผน DCA ถูกบันทึกแล้ว
- ตรวจยอดหลังวันตัดเงินงวดแรก ว่ามีการซื้อหน่วยลงทุนจริง และเงินในบัญชีพอสำหรับงวดถัดไป
เคล็ดลับเล็กๆ คือ ตั้งวันตัดเงินหลังวันเงินเดือนเข้า 1 ถึง 2 วัน และหลีกเลี่ยงวันหยุดของตลาดต่างประเทศ เพราะกองทุนต่างประเทศอาจไม่เปิดซื้อขายในวันหยุดของประเทศที่กองทุนหลักลงทุน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกองทุน Healthcare
กองทุน Healthcare กองไหนผลตอบแทนสูงที่สุดตอนนี้
ในรอบ 1 ปี BCARE ให้ผลตอบแทนสูงสุดในกลุ่มที่เปรียบเทียบที่ 27.42% ส่วนรอบ 3 ปีและ 5 ปี TBIOTECH นำที่ 21.57% และ 7.32% ต่อปี แต่เป็นกองไบโอเทคที่ผันผวนสูงกว่ามาก ในกลุ่ม Healthcare ทั่วไป KT-HEALTHCARE-A และ SCBGHC ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอกว่าในระยะยาว
เงินเริ่มต้นเท่าไรถึงซื้อได้
ขึ้นกับกองและช่องทาง เช่น KT-HEALTHCARE-A กำหนดขั้นต่ำ 1 บาท ส่วน KFHEALTH-A กำหนดขั้นต่ำ 500 บาท ผ่านบางช่องทาง ควรตรวจขั้นต่ำในแอปที่ใช้จริง
ซื้อกองที่ใช้กองทุนหลักเดียวกันหลายกองดีไหม
ไม่ช่วยกระจายความเสี่ยง เช่น K-GHEALTH, K-GHEALTH(UH) และ KFHEALTH-A ลงทุนใน JPMorgan Global Healthcare Fund เหมือนกัน ถ้าต้องการถือ 2 กอง ควรเลือกกองหลักต่างค่าย เช่น Wellington กับ Janus Henderson
ควรขายตอนไหน
ไม่ควรขายเพราะผลตอบแทนติดลบระยะสั้นเพียงอย่างเดียว เหตุผลที่ควรทบทวนคือ เป้าหมายการเงินเปลี่ยน สัดส่วนกองสุขภาพในพอร์ตสูงเกินแผน หรือกองทุนเปลี่ยนกองทุนหลักหรือนโยบายสำคัญ
ซื้อกองสุขภาพแล้วยังต้องซื้อกองหุ้นโลกอีกไหม
ควรมีกองหุ้นโลกแบบกระจายหลายอุตสาหกรรมเป็นแกนหลัก แล้วใช้กองสุขภาพเป็นส่วนเสริมตามธีม เพราะกองหมวดอุตสาหกรรมเพียงกองเดียวมีความเสี่ยงกระจุกตัวสูง
เช็กลิสต์ก่อนซื้อกองทุน Healthcare
- ตรวจว่ากองทุนหลักคือใคร และไม่ซ้ำกับกองที่ถืออยู่แล้ว
- เลือกนโยบายปันผลให้ตรงเป้าหมาย สะสมความมั่งคั่งหรือต้องการกระแสเงินสด
- ตัดสินใจเรื่องป้องกันความเสี่ยงค่าเงินตามระยะเวลาที่จะใช้เงิน
- เทียบค่าธรรมเนียมรวม TER จาก Fund Fact Sheet ล่าสุด
- ดูผลตอบแทน 5 ปีและ 10 ปีประกอบ ไม่ดูเฉพาะผลงาน 1 ปี
- ใช้เงินที่วางได้อย่างน้อย 5 ปี และไม่ใช่เงินสำรองฉุกเฉิน
- ตั้ง DCA และกำหนดวันทบทวนพอร์ตปีละครั้ง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- ระบบค้นหาข้อมูลกองทุนรวม สำนักงาน ก.ล.ต.
- K-GHEALTH(UH) บลจ.กสิกรไทย
- KT-HEALTHCARE-A บลจ.กรุงไทย
- KFHEALTH-A บลจ.กรุงศรี
- BCARE ธนาคารกรุงเทพ
- ผลตอบแทนกองทุน TBIOTECH บน WealthMagik
- Medical Device Industry Outlook, Mercer Capital
คำเตือน
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล ผลตอบแทนที่แสดงเป็นข้อมูลในอดีตจาก WealthMagik ณ วันที่ต่างกันในช่วงเดือนกันยายนถึงต้นตุลาคม 2569 ไม่ได้ยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนและ Fund Fact Sheet ล่าสุดก่อนตัดสินใจลงทุน
กองทุน Healthcare, กองทุนหุ้นสุขภาพ, Global Healthcare, กองทุนไบโอเทค, TBIOTECH, BCARE, KT-HEALTHCARE-A, K-GHEALTH, SCBGHC, KFHEALTH-A, สังคมผู้สูงอายุ, DCA, Streaming Fund+
อรุโณทัย แสงทอง บรรณาธิการเว็บไซต์ Bkklovehoro.com เริ่มต้นจากจุดที่ยากลำบากที่สุดจุดหนึ่งในชีวิต เมื่อต้องเผชิญกับวิกฤตหนี้สินรุมเร้าและการบริหารเงินที่ผิดพลาดจนเกือบเอาตัวไม่รอด ด้วยความมุ่งมั่นที่จะหาทางออก จึงใช้เวลาศึกษา ค้นคว้า และลงมือปฏิบัติจริงเพื่อเจรจาประนอมหนี้ ปรับโครงสร้างการเงิน และฟื้นฟูเครดิตบูโรด้วยตนเองจนกระทั่งหลุดพ้นจากวงจรหนี้ได้สำเร็จ จากบทเรียนราคาแพงในอดีตและประสบการณ์กว่า 10 ปี ควบคู่กับความรู้จากการศึกษาการเงินการลงทุน จนได้รวบรวมองค์ความรู้และเทคนิคภาคปฏิบัติที่ผ่านการลองผิดลองถูกมาถ่ายทอดผ่านเว็บไซต์ เพื่อเป็นเข็มทิศให้กับผู้คนที่กำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนปลดหนี้ การจัดสรรงบประมาณในยามวิกฤต ไปจนถึงการเริ่มต้นก้าวเข้าสู่โลกของการลงทุนจากเงินก้อนเล็กๆ
ติดต่องาน
Bkklovehoro@gmail.com
https://www.facebook.com/bkklovehoro
https://www.youtube.com/channel/Bkklovehoro
https://www.tiktok.com/@bkklovehoro