วิธีคำนวณภาษีป้าย 2569 ร้านค้าและป้ายโฆษณา ขนาดเท่าไหร่ เสียกี่บาท ไม่โดนปรับ

ภาษีป้าย 2569 คืออะไร และใครต้องจ่าย

เจ้าของร้านค้าหลายคนติดป้ายหน้าร้านเสร็จแล้วเพิ่งมาสงสัยว่า อัตราภาษีป้าย ร้านค้า คำนวณอย่างไร คำตอบสั้นที่สุดคือ ภาษีป้าย 2569 คิดจากสองเรื่องเท่านั้น ได้แก่ ประเภทของข้อความบนป้าย (ไทยล้วน ไทยปนภาษาต่างประเทศ หรือไม่มีภาษาไทย) กับขนาดพื้นที่ป้ายเป็นตารางเซนติเมตร แล้วนำมาคูณกับอัตราต่อ 500 ตารางเซนติเมตร ป้ายที่คำนวณแล้วได้ต่ำกว่า 200 บาท ให้จ่ายขั้นต่ำ 200 บาท

ยาวไป เลือกอ่าน

ภาษีป้ายเป็นภาษีท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จัดเก็บโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เช่น สำนักงานเขตของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ป้ายที่ต้องเสียภาษีคือป้ายที่แสดงชื่อ ยี่ห้อ หรือเครื่องหมายที่ใช้ในการค้าหรือกิจการเพื่อหารายได้ ไม่ว่าจะเขียน พิมพ์ แกะสลัก หรือแสดงผลบนจอ LED ก็ตาม

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีคือเจ้าของป้าย ถ้าหาตัวเจ้าของป้ายไม่ได้ กฎหมายให้ผู้ครอบครองป้าย และถัดไปคือเจ้าของอาคารหรือที่ดินที่ป้ายติดตั้งอยู่ ต้องรับผิดชอบแทน ดังนั้นคนเช่าตึกแถวเปิดร้านไม่ควรคิดว่าเจ้าของตึกจะจัดการให้

บทความนี้เรียบเรียงจากตัวบทกฎหมาย กฎกระทรวง และคู่มือของหน่วยงานจัดเก็บ โดยมีลิงก์แหล่งอ้างอิงภายนอกให้ตรวจสอบได้ท้ายบทความ ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2569

อัตราภาษีป้าย 2569 ป้ายภาษาไทยล้วน ภาษาต่างประเทศ เสียกี่บาท

อัตราที่ใช้ในปี 2569 เป็นอัตราตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราภาษีป้าย พ.ศ. 2563 ซึ่งมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2564 และยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทุกอัตราคิดต่อพื้นที่ 500 ตารางเซนติเมตร (ตร.ซม.)

ประเภทป้าย

ลักษณะ

ป้ายข้อความเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนได้ (บาท/500 ตร.ซม.)

ป้ายทั่วไป (บาท/500 ตร.ซม.)

ประเภทที่ 1

อักษรไทยล้วน

10

5

ประเภทที่ 2

อักษรไทยปนภาษาต่างประเทศ ปนภาพ หรือเครื่องหมาย โดยภาษาไทยอยู่บนสุดหรือหน้าสุด

52

26

ประเภทที่ 3

ไม่มีอักษรไทยเลย หรือมีอักษรไทยบางส่วนหรือทั้งหมดอยู่ใต้หรือต่ำกว่าภาษาต่างประเทศ

52

50

ป้ายข้อความเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนได้ หมายถึงป้ายไฟวิ่ง จอ LED หรือป้ายที่สลับภาพและข้อความได้ ส่วนป้ายทั่วไปคือป้ายนิ่ง เช่น ป้ายไวนิล ป้ายอะคริลิก ป้ายกล่องไฟ หรือตัวอักษรโลหะ

ป้ายภาษาไทยล้วน ถูกที่สุดแต่ต้องไทยทั้งหมดจริง

ป้ายประเภทที่ 1 ต้องเป็นอักษรไทยทั้งหมด ถ้ามีโลโก้หรือรูปภาพแทรกเพียงชิ้นเดียว ป้ายจะถูกจัดเป็นประเภทที่ 2 ทันที อัตราขยับจาก 5 บาทเป็น 26 บาทต่อ 500 ตร.ซม. หรือแพงขึ้นกว่า 5 เท่า

ป้ายภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศ ภาษาไทยต้องอยู่บนสุด

ร้านที่ใช้ชื่อภาษาอังกฤษควรวางชื่อภาษาไทยไว้บนสุดหรือซ้ายสุดของป้าย จะเสียภาษีในประเภทที่ 2 คือ 26 บาท ถ้าเอาภาษาไทยไว้ใต้ภาษาอังกฤษ หรือไม่มีภาษาไทยเลย จะตกเป็นประเภทที่ 3 คือ 50 บาท แพงเกือบเท่าตัวจากป้ายขนาดเดียวกัน

ระวังเว็บไซต์ที่ยังใช้อัตราเก่า

เว็บไซต์ของหน่วยงานท้องถิ่นบางแห่งยังเผยแพร่อัตราเดิม 3, 20 และ 40 บาท ซึ่งเป็นอัตราก่อนปี 2564 ตัวอย่างเช่นหน้าประกาศภาษีป้าย 2569 ของ เทศบาลตำบลเทอดไทย หากเห็นตัวเลขไม่ตรงกัน ให้ยึดตามกฎกระทรวงปี 2563 และสอบถามฝ่ายรายได้ของท้องถิ่นโดยตรง

อัตราภาษีป้าย ร้านค้า คำนวณอย่างไร สูตรเดียวใช้ได้ทุกป้าย

เมื่อรู้ประเภทป้ายแล้ว อัตราภาษีป้าย ร้านค้า คำนวณอย่างไร ให้ใช้สูตรนี้

\text{ภาษีป้าย} = \frac{\text{กว้าง (ซม.)} \times \text{ยาว (ซม.)}}{500} \times \text{อัตราภาษีตามประเภท}

วิธีวัดขนาดป้ายโฆษณา เพื่อคำนวณภาษีป้ายประจำปี

  1. ป้ายที่มีกรอบหรือขอบเขตชัดเจน ให้วัดส่วนที่กว้างที่สุดคูณส่วนที่ยาวที่สุดของกรอบ หน่วยเป็นเซนติเมตร
  2. ป้ายที่ไม่มีกรอบ เช่น ตัวอักษรโลหะติดผนัง ให้ถือตัวอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายที่อยู่ริมสุดทั้งสี่ด้านเป็นขอบเขต แล้ววัดแบบเดียวกัน
  3. นำพื้นที่ที่ได้หารด้วย 500 ถ้ามีเศษเกินครึ่งหนึ่งของ 500 ตร.ซม. ให้ปัดขึ้นเป็นหนึ่งหน่วย ถ้าไม่เกินครึ่งให้ปัดทิ้ง
  4. ป้ายที่แสดงข้อความทั้งสองด้าน แต่ละด้านถูกนับเป็นป้ายแยกกัน ควรวัดและแจ้งทั้งสองด้าน

เคล็ดลับจากการใช้งานจริง คือถ่ายรูปป้ายพร้อมตลับเมตรที่วัดกว้างและยาวเก็บไว้ ใช้แนบตอนยื่นแบบและใช้ยืนยันกับเจ้าหน้าที่หากผลการวัดไม่ตรงกัน

ตัวอย่างการคำนวณภาษีป้ายร้านค้า 5 แบบ

ป้าย

ขนาด (ซม.)

พื้นที่ (ตร.ซม.)

หน่วย 500 ตร.ซม.

อัตรา (บาท)

ภาษีที่ต้องจ่าย (บาท)

ไวนิลร้านก๋วยเตี๋ยว อักษรไทยล้วน

100 × 200

20,000

40

5

200

ป้ายเล็กหน้าร้าน อักษรไทยล้วน

50 × 100

5,000

10

5

50 ปรับเป็นขั้นต่ำ 200

ร้านกาแฟ ชื่อไทยอยู่บน อังกฤษอยู่ล่าง พร้อมโลโก้

150 × 300

45,000

90

26

2,340

ร้านเสื้อผ้า ชื่อไทยบน อังกฤษล่าง มีเศษพื้นที่

115 × 160

18,400

36.8 ปัดเป็น 37

26

962

กล่องไฟชื่อภาษาอังกฤษล้วน

80 × 250

20,000

40

50

2,000

จากตารางจะเห็นว่าป้ายขนาด 20,000 ตร.ซม. เท่ากัน ถ้าเป็นไทยล้วนจ่าย 200 บาท แต่ถ้าเป็นภาษาอังกฤษล้วนจ่าย 2,000 บาท ต่างกัน 10 เท่า การออกแบบป้ายจึงมีผลต่อค่าใช้จ่ายทุกปี

ติดตั้งป้ายใหม่กลางปี จ่ายตามงวด

ป้ายที่ติดตั้งระหว่างปีไม่ต้องจ่ายเต็มปี กฎหมายแบ่งเป็นงวด งวดละ 3 เดือน ดังนี้

ติดตั้งในช่วง

สัดส่วนภาษีที่จ่าย

มกราคม ถึง มีนาคม

100%

เมษายน ถึง มิถุนายน

75%

กรกฎาคม ถึง กันยายน

50%

ตุลาคม ถึง ธันวาคม

25%

ตัวอย่าง กล่องไฟภาษาอังกฤษล้วนที่คำนวณได้ 2,000 บาท ถ้าติดตั้งเดือนตุลาคม 2569 จะจ่ายเพียง 25% คือ 500 บาท แล้วเริ่มจ่ายเต็มจำนวนในปี 2570

ป้ายร้านค้าแบบไหนไม่ต้องเสียภาษีป้าย ข้อยกเว้นที่ควรรู้

มาตรา 8 ของพระราชบัญญัติภาษีป้ายและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ยกเว้นภาษีให้ป้ายกลุ่มนี้

  • ป้ายที่แสดงไว้ที่สินค้า หีบห่อ หรือบรรจุภัณฑ์
  • ป้ายในงานที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราว เช่น บูธในงานแสดงสินค้า
  • ป้ายที่แสดงไว้ที่คนหรือสัตว์ เช่น ป้ายที่คนถือเดินหรือเสื้อพนักงาน
  • ป้ายภายในอาคารที่ใช้ประกอบการค้า ที่แต่ละป้ายมีพื้นที่ไม่เกิน 3 ตารางเมตร แต่ไม่รวมป้ายชื่อร้านตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์
  • ป้ายของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และสถานศึกษาตามที่กฎหมายกำหนด
  • ป้ายของผู้ทำเกษตรที่ขายผลผลิตจากการเกษตรของตนเอง
  • ป้ายของวัด ศาสนสถาน สมาคม มูลนิธิ หรือกิจการเพื่อการกุศลสาธารณะ
  • ป้ายที่ติดบนรถยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ และยานพาหนะบางประเภทตามที่กฎกระทรวงกำหนด

จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อย คือคิดว่าป้ายในห้างหรือในร้านไม่ต้องเสียเลย ความจริงคือยกเว้นเฉพาะป้ายที่ไม่เกิน 3 ตารางเมตรต่อป้าย ป้ายในห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่กว่านั้นยังต้องเสียภาษีตามปกติ

กำหนดยื่นแบบ ภ.ป.1 และชำระภาษีป้าย 2569

กรณี

สิ่งที่ต้องทำ

กำหนดเวลา

ป้ายเดิมที่ติดอยู่แล้ว

ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ภ.ป.1)

1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม ของทุกปี

ป้ายติดตั้งใหม่ หรือเปลี่ยนข้อความหรือขนาด

ยื่นแบบ ภ.ป.1

ภายใน 15 วัน นับจากวันติดตั้ง

ได้รับใบแจ้งการประเมินภาษีป้าย (ภ.ป.3)

ชำระภาษี

ภายใน 15 วัน นับจากวันได้รับแจ้ง

ภาษีเกิน 3,000 บาท

ขอผ่อนชำระได้

แบ่งจ่าย 3 งวดเท่ากัน

สำหรับปี 2569 ซึ่งพ้นกำหนดยื่นประจำปีเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 มาแล้ว ร้านที่ติดป้ายใหม่ช่วงนี้ยังต้องยื่นภายใน 15 วันหลังติดตั้ง ส่วนรอบประจำปีถัดไปคือ 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม 2570

ขั้นตอนยื่นชำระภาษีป้าย สำนักงานเขต เทศบาล และออนไลน์

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของเจ้าของป้าย
  • สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ หรือหนังสือรับรองนิติบุคคล กรณีเป็นบริษัท
  • รูปถ่ายป้ายทุกด้าน พร้อมขนาดกว้างและยาว
  • ใบเสร็จภาษีป้ายปีก่อน กรณีเป็นรายเก่า
  • หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรผู้รับมอบ กรณีให้คนอื่นยื่นแทน

ยื่นที่สำนักงานเขต หรือเทศบาล

  1. ในกรุงเทพมหานคร ติดต่อฝ่ายรายได้ของสำนักงานเขตที่ป้ายตั้งอยู่ ต่างจังหวัดติดต่อกองคลังหรืองานจัดเก็บรายได้ของเทศบาลหรือ อบต. ในพื้นที่
  2. กรอกแบบ ภ.ป.1 แนบเอกสารและรูปถ่ายป้าย
  3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ อาจลงพื้นที่วัดป้ายจริง แล้วออกใบแจ้งการประเมิน (ภ.ป.3)
  4. ชำระเงินที่เคาน์เตอร์ภายใน 15 วัน และเก็บใบเสร็จไว้เป็นหลักฐาน

ยื่นและชำระภาษีป้ายออนไลน์

ผู้เสียภาษีในกรุงเทพมหานครใช้ระบบสารสนเทศภาษีท้องถิ่นของกรุงเทพมหานคร (BMA TAX) ได้ทั้งบนเว็บและแอปพลิเคชันระบบ iOS และ Android โดยต้องลงทะเบียนยืนยันตัวตนก่อน ดูวิธีลงทะเบียนได้ที่ ประชาสัมพันธ์กรุงเทพมหานคร เมื่อได้รับใบแจ้งชำระแล้ว ชำระผ่าน Mobile Banking, Internet Banking หรือบัตรเครดิตผ่านระบบรับเงินกลางของกรุงเทพมหานคร (BMA Payment) และดาวน์โหลดใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที รายละเอียดอยู่ที่ ข่าวประชาสัมพันธ์ BMA Payment

ต่างจังหวัด เทศบาลหลายแห่งรับชำระผ่าน QR Code หรือบริการรับชำระภาษีท้องถิ่นของธนาคาร เช่น บริการชำระภาษีออนไลน์ของธนาคารกรุงไทย ที่รองรับภาษีป้าย ควรโทรสอบถามท้องถิ่นของตนก่อนว่ารองรับช่องทางใด

ติดป้ายหน้าร้าน ไม่แจ้งเทศบาล โดนปรับเท่าไหร่

การไม่ยื่นแบบหรือจ่ายช้า มีทั้งเงินเพิ่มทางภาษีและโทษปรับทางอาญา

กรณี

ผลที่ตามมา

ไม่ยื่นแบบ ภ.ป.1 ภายในกำหนด

เงินเพิ่ม 10% ของค่าภาษี หากยื่นเองก่อนเจ้าหน้าที่แจ้ง ลดเหลือ 5%

ยื่นแบบไม่ถูกต้อง ทำให้ค่าภาษีน้อยลง

เงินเพิ่ม 10% ของภาษีที่ประเมินเพิ่ม

ไม่ชำระภาษีภายในกำหนด

เงินเพิ่ม 2% ต่อเดือน เศษของเดือนนับเป็นหนึ่งเดือน

ไม่ยื่นแบบโดยเจตนาหลีกเลี่ยง

ปรับ 5,000 ถึง 50,000 บาท

แจ้งข้อความเท็จหรือหลีกเลี่ยงภาษี

จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 5,000 ถึง 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ตัวอย่าง ร้านกาแฟที่ต้องจ่ายภาษีป้าย 2,340 บาท ไม่ยื่นแบบจนเจ้าหน้าที่ตรวจพบ และจ่ายช้าไป 3 เดือน จะเสียเงินเพิ่ม 10% เท่ากับ 234 บาท บวกเงินเพิ่ม 2% อีก 3 เดือน เท่ากับ 140.40 บาท รวมเป็น 2,714.40 บาท ยังไม่นับความเสี่ยงโทษปรับทางอาญา การยื่นให้ตรงเวลาจึงถูกกว่าเสมอ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีป้าย 2569

อัตราภาษีป้าย ร้านค้า คำนวณอย่างไร ถ้าป้ายมีทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน

ดูตำแหน่งภาษาไทยเป็นหลัก ถ้าภาษาไทยอยู่บนสุดหรือหน้าสุด คิดประเภทที่ 2 อัตรา 26 บาทต่อ 500 ตร.ซม. ถ้าภาษาไทยอยู่ใต้ภาษาอื่นแม้เพียงบางส่วน คิดประเภทที่ 3 อัตรา 50 บาท

ป้ายไวนิลชั่วคราวช่วงโปรโมชันต้องเสียภาษีไหม

ต้องเสีย ถ้าติดเพื่อโฆษณาการค้านอกงานที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราว และต้องยื่นแบบภายใน 15 วันหลังติดตั้ง แม้จะติดเพียงไม่กี่เดือน โดยคิดภาษีตามงวดที่ติดตั้ง

ร้านเล็กมาก ป้ายเล็กนิดเดียว จ่ายน้อยกว่า 200 บาทได้ไหม

ไม่ได้ ป้ายที่คำนวณแล้วต่ำกว่า 200 บาท ต้องจ่ายขั้นต่ำป้ายละ 200 บาท ยกเว้นเป็นป้ายในอาคารที่ไม่เกิน 3 ตารางเมตร หรือเข้าข้อยกเว้นอื่น

ป้าย LED จอวิ่งคิดภาษีอย่างไร

คิดเป็นป้ายข้อความเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนได้ อัตรา 10 บาทสำหรับไทยล้วน และ 52 บาทสำหรับประเภทที่ 2 และ 3 ต่อ 500 ตร.ซม. วัดจากขนาดจอทั้งหมด

ถอดป้ายออกแล้ว ต้องทำอะไรต่อ

แจ้งการรื้อถอนต่อสำนักงานเขตหรือเทศบาลเป็นหนังสือ พร้อมรูปถ่ายยืนยัน มิฉะนั้นท้องถิ่นอาจยังประเมินภาษีปีถัดไป

เช่าตึกเปิดร้าน ใครเป็นคนจ่ายภาษีป้าย

เจ้าของป้าย ซึ่งโดยทั่วไปคือผู้เช่าที่ใช้ป้ายนั้นทำธุรกิจ ถ้าหาเจ้าของป้ายไม่ได้ ความรับผิดจะตกไปที่ผู้ครอบครองป้าย และเจ้าของอาคารตามลำดับ

สรุป เช็กลิสต์ก่อนติดป้ายหน้าร้าน

  • ออกแบบให้ภาษาไทยอยู่บนสุดหรือซ้ายสุด ถ้าต้องใช้ชื่อภาษาอังกฤษ
  • วัดขนาดป้ายเป็นเซนติเมตรและถ่ายรูปเก็บไว้
  • คำนวณภาษีด้วยสูตรพื้นที่หาร 500 คูณอัตรา
  • ยื่น ภ.ป.1 ภายใน 15 วันหลังติดตั้ง และทุกปีภายใน 31 มีนาคม
  • ชำระภายใน 15 วันหลังได้รับใบแจ้งการประเมิน และเก็บใบเสร็จ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย การประเมินจริงขึ้นกับการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นแต่ละแห่ง

อ่านเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลภายนอก

ภาษีป้าย 2569, วิธีคำนวณภาษีป้าย, อัตราภาษีป้าย, ภาษีป้ายร้านค้า, ภาษีป้ายโฆษณา, ภ.ป.1, ยื่นภาษีป้ายออนไลน์, BMA TAX, ภาษีป้ายภาษาอังกฤษ, ป้ายไม่ต้องเสียภาษี, ค่าปรับภาษีป้าย, ภาษีท้องถิ่น, พ.ร.บ.ภาษีป้าย