ใครผ่อนบัตรกดเงินสดหรือสินเชื่อส่วนบุคคลมาหลายปีแล้วยอดหนี้แทบไม่ลด อาจกำลังติดกับดักหนี้เรื้อรัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงวางมาตรการแก้หนี้อย่างยั่งยืน (Responsible Lending) ให้เจ้าหนี้ต้องช่วยลูกหนี้ตั้งแต่ยังไม่เป็นหนี้เสีย ไปจนถึงหลังเป็นหนี้เสียแล้ว บทความนี้สรุปเกณฑ์แต่ละโครงการ ใครเข้าได้ ดอกเบี้ยเหลือเท่าไร และสมัครที่ไหน
คำตอบสั้น: ลูกหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้นเกิน 5 ปีและรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ เข้าโครงการปิดจบหนี้เรื้อรังได้ ดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ต่อปี ผ่อนจบใน 5 ปี ส่วนดอกเบี้ย 3 ถึง 5% เป็นของโครงการคลินิกแก้หนี้สำหรับคนที่เป็นหนี้เสียแล้ว ถ้ายังไม่เป็นหนี้เสียแต่เริ่มผ่อนไม่ไหว ให้ติดต่อเจ้าหนี้ขอปรับโครงสร้างหนี้ได้ทันที
เกณฑ์แก้หนี้เรื้อรัง (Persistent Debt) ดอกเบี้ยลดเหลือเท่าไร
หนี้เรื้อรัง (Persistent Debt หรือ PD) คือหนี้ที่ผ่อนมานานจนดอกเบี้ยที่จ่ายสะสมสูงกว่าเงินต้นที่ตัดได้ ธปท. เริ่มใช้เกณฑ์นี้เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2567 และยังอยู่ในมาตรการแก้หนี้อย่างยั่งยืนถึงปัจจุบัน
ดอกเบี้ย 15% ไม่ใช่ 5%
- โครงการปิดจบหนี้เรื้อรังลดดอกเบี้ยเหลือไม่เกิน 15% ต่อปี จากเดิมสูงสุด 25% ต่อปี
- ดอกเบี้ย 3 ถึง 5% ต่อปีที่มักถูกพูดถึง เป็นเงื่อนไขของโครงการคลินิกแก้หนี้ ซึ่งรับเฉพาะหนี้เสียที่ค้างชำระเกิน 120 วัน
- ผ่อนชำระเป็นรายงวดให้ปิดจบได้ภายใน 5 ปี
- ค่างวดใกล้เคียงกับที่เคยจ่าย แต่เงินไปตัดเงินต้นมากขึ้น
หนี้เรื้อรัง 2 กลุ่ม
|
กลุ่ม |
ดอกเบี้ยเกินเงินต้น |
สิ่งที่ได้ |
|---|---|---|
|
หนี้เรื้อรังทั่วไป |
3 ปี แต่ไม่ถึง 5 ปี |
แจ้งเตือน และขอคำแนะนำได้ |
|
หนี้เรื้อรังรุนแรง |
5 ปีขึ้นไป |
ข้อเสนอปิดจบหนี้ 15% ใน 5 ปี |
เกณฑ์รายได้กลุ่มหนี้เรื้อรังรุนแรง
|
เจ้าหนี้ |
รายได้ต่อเดือน |
|---|---|
|
ธนาคารและบริษัทในกลุ่ม |
น้อยกว่า 20,000 บาท |
|
ผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non Bank) |
น้อยกว่า 10,000 บาท |
หนี้ที่เข้าเกณฑ์
- สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของ ธปท. แบบวงเงินหมุนเวียน ที่ไม่มีกำหนดปิดหนี้ชัดเจน เช่น บัตรกดเงินสด
- ต้องยังไม่เป็นหนี้เสีย (Non Performing Loan หรือ NPL)
- ไม่รวมสินเชื่อจำนำทะเบียนรถและสินเชื่อดิจิทัลรายย่อยที่ผ่อนเป็นงวดอยู่แล้ว
เงื่อนไขเมื่อเข้าร่วม
- ใช้สิทธิได้ 1 ครั้งต่อ 1 บัญชีสินเชื่อ สมัครได้ทุกบัญชีที่เข้าเกณฑ์
- วงเงินที่เข้าโครงการถูกปิด และเปลี่ยนเป็นสินเชื่อผ่อนรายงวด เจ้าหนี้อาจเหลือวงเงินไว้ใช้ยามฉุกเฉิน
- การเข้าร่วมถูกบันทึกในรายงานของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (National Credit Bureau หรือ NCB)
- ปิดหนี้ก่อนกำหนดได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมชำระก่อนกำหนด
สมัครอย่างไร
- รอดูการแจ้งเตือนจากเจ้าหนี้ ทางจดหมาย อีเมล ข้อความสั้น (SMS) แอป หรือ LINE Official Account เจ้าหนี้ต้องแจ้งอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
- ถ้าไม่ได้รับแจ้งเตือน โทรหาคอลเซ็นเตอร์ของเจ้าหนี้ แล้วกดต่อ 99 เพื่อขอคำปรึกษาหนี้ หรือติดต่อสาขา
- ตรวจข้อเสนอ ดอกเบี้ย ค่างวด และจำนวนงวดที่เหลือ
- ยืนยันเข้าร่วมและเก็บหลักฐานการตกลงไว้
ลูกหนี้ผ่อนบัตรขั้นต่ำ เข้าโครงการแก้หนี้เรื้อรังได้ไหม
คำตอบขึ้นกับประเภทบัตร บัตรกดเงินสดที่จ่ายขั้นต่ำมานานเข้าเกณฑ์หนี้เรื้อรังได้ ส่วนบัตรเครดิตมีมาตรการช่วยเหลือแยกออกมา
บัตรกดเงินสด
- เป็นสินเชื่อหมุนเวียนที่อยู่ในเกณฑ์หนี้เรื้อรังโดยตรง
- ถ้าจ่ายดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้นเกิน 5 ปีและรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ จะได้ข้อเสนอดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ผ่อนจบใน 5 ปี
- ถ้าเกิน 3 ปีแต่ไม่ถึง 5 ปี จะได้รับแจ้งเตือนและขอให้เจ้าหนี้ช่วยปิดหนี้ได้เร็วขึ้น
บัตรเครดิต
- ธนาคารกรุงเทพอธิบายว่าบัตรเครดิตมักไม่เข้าเกณฑ์หนี้เรื้อรัง เพราะการจ่ายขั้นต่ำ 8% ทำให้เงินต้นลดเร็วกว่าดอกเบี้ย
- หน้าเว็บไซต์แก้หนี้ยั่งยืนของ ธปท. เขียนถึงทั้งบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด จึงควรสอบถามเจ้าหนี้โดยตรงว่าบัตรของเราเข้าเกณฑ์หรือไม่
มาตรการบัตรเครดิตถึงสิ้นปี 2569
- ธปท. ประกาศเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ให้คงอัตราจ่ายขั้นต่ำบัตรเครดิตไว้ที่ 8% ไปจนถึงสิ้นปี 2569
- คนที่จ่ายตั้งแต่ 8% ขึ้นไป ได้เงินคืนเท่ากับดอกเบี้ยที่ลดลง 0.25% ของยอดคงค้าง จ่ายทุก 3 เดือน
- คนที่จ่าย 8% ไม่ไหว ขอเปลี่ยนหนี้บัตรเป็นสินเชื่อผ่อนรายงวด (Term Loan) ได้ก่อนเป็นหนี้เสีย
- เจ้าหนี้ต้องเสนอเงื่อนไขที่ช่วยลูกหนี้เพิ่ม เช่น ลดดอกเบี้ย และยังใช้วงเงินที่เหลือได้
ตัวอย่างสัญญาณหนี้เรื้อรัง
- จ่ายขั้นต่ำทุกเดือน แต่ยอดหนี้แทบไม่ลดมาหลายปี
- กดเงินออกมาใหม่ทุกครั้งที่จ่ายคืนไป
- ใบแจ้งหนี้แสดงดอกเบี้ยสูงกว่าเงินต้นที่ตัดได้ในแต่ละงวด
- ได้รับจดหมายหรือข้อความแจ้งเตือนหนี้เรื้อรังจากเจ้าหนี้
รวมหนี้เป็นก้อนเดียว ผ่อนทางเดียว ธนาคารไหนรับบ้าง
การรวมหนี้ (Debt Consolidation) คือการเอาหนี้หลายก้อนที่ดอกเบี้ยสูง มารวมเป็นสัญญาเดียวที่ดอกเบี้ยต่ำกว่า เหลือค่างวดเดียวต่อเดือน ช่องทางที่เหมาะขึ้นกับว่าหนี้ยังปกติหรือเป็นหนี้เสียแล้ว
เทียบ 3 ช่องทางรวมหนี้
|
ช่องทาง |
สถานะหนี้ |
ดอกเบี้ยต่อปี |
ผ่อนสูงสุด |
|---|---|---|---|
|
รวมหนี้กับสินเชื่อบ้าน |
หนี้ปกติ |
ตามสินเชื่อบ้าน |
ตามสัญญาบ้าน |
|
ออมสิน Re Card |
หนี้ปกติ |
8.99 ถึง 11.99% |
7 ปี |
|
คลินิกแก้หนี้ |
ค้างเกิน 120 วัน |
3 ถึง 5% |
10 ปี |
รวมหนี้กับสินเชื่อบ้าน
- ใช้บ้านเป็นหลักประกัน แล้วดึงหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และหนี้เช่าซื้อมารวมไว้ในสัญญาเดียว
- ธปท. เริ่มให้รวมหนี้ข้ามสถาบันได้เมื่อปลายปี 2564 จากเดิมที่รวมได้เฉพาะในธนาคารเดียวกัน
- ตามเกณฑ์เดิม หนี้รายย่อยที่นำมารวมคิดดอกเบี้ยไม่เกินอัตราสินเชื่อบ้านหลังหมดโปรโมชันบวก 2% ต่อปี
- ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในปี 2569 เช่น กรุงไทยบ้านแลกเงินรวมหนี้ สินเชื่อกู้เพิ่ม (Top up) รวมหนี้ และสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์รวมหนี้ของธนาคารกรุงไทย
- ข้อดีคือดอกเบี้ยต่ำและผ่อนได้นาน ข้อเสียคือถ้าผ่อนไม่ไหว บ้านที่เป็นหลักประกันจะตกอยู่ในความเสี่ยง
สินเชื่อออมสิน Re Card
- สินเชื่อไม่มีหลักประกัน (Clean Loan) สำหรับปิดหนี้บัตรเครดิตที่มีกับธนาคารหรือผู้ให้บริการที่ ธปท. กำกับ
- วงเงินสูงสุด 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 5 เท่าของรายได้
- ดอกเบี้ยคงที่ 8.99% ต่อปีสำหรับพนักงานประจำ และ 11.99% ต่อปีสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ
- พนักงานประจำต้องมีเงินเดือนตั้งแต่ 20,000 บาท ผู้ประกอบอาชีพอิสระต้องมีรายได้ตั้งแต่ 30,000 บาท และทำงานหรือทำธุรกิจมาแล้วอย่างน้อย 2 ปี
- ต้องมีประวัติชำระดีใน 1 ปีที่ผ่านมา และไม่มีหนี้บัตรค้างชำระอยู่
- ยื่นขอได้ถึง 30 ธันวาคม 2569 และต้องอนุมัติและทำสัญญาภายใน 31 มกราคม 2570
คลินิกแก้หนี้สำหรับคนที่เป็นหนี้เสียแล้ว
- ดำเนินการโดยบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (Sukhumvit Asset Management หรือ SAM)
- รับหนี้เสียบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ค้างชำระเกิน 120 วัน
- รวมหนี้หลายเจ้าหนี้ได้ในครั้งเดียว ถ้ายอดรวมไม่เกิน 2 ล้านบาท
- ดอกเบี้ย 3 ถึง 5% ต่อปี ผ่อนได้สูงสุด 10 ปี
- ต้องมีรายได้ อายุไม่เกิน 70 ปี และไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
- สมัครได้ที่ debtclinicbysam.com
ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ สำหรับหนี้เสียยอดน้อย
- เปิดลงทะเบียนเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569
- หนี้เสียรวมทุกเจ้าหนี้ไม่เกิน 100,000 บาท นับยอด ณ วันที่ 30 กันยายน 2568
- เลือกจ่ายบางส่วนเพื่อปิดหนี้ทันที หรือผ่อนสูงสุด 3 ปีโดยไม่มีดอกเบี้ยระหว่างเข้าร่วม
- ลงทะเบียนที่ bot.or.th/cleardebt หรือ sam.or.th หรือสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการ
ขั้นตอนขอรวมหนี้บ้าน หนี้รถ กับหนี้บัตรเครดิต
1. ทำบัญชีหนี้ทั้งหมด
- จดชื่อเจ้าหนี้ ยอดคงค้าง ดอกเบี้ย ค่างวด และจำนวนงวดที่เหลือของหนี้ทุกก้อน
- ดูอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Interest Rate หรือ EIR) ในสัญญาหรือใบแจ้งหนี้
- เรียงหนี้จากดอกเบี้ยสูงไปต่ำ หนี้บัตรและสินเชื่อส่วนบุคคลมักอยู่บนสุด
2. เช็กสถานะหนี้และเครดิตบูโร
- ขอรายงานเครดิตบูโรดูว่ามีหนี้ค้างชำระหรือไม่
- ถ้าหนี้ยังปกติ เลือกรวมหนี้กับสินเชื่อบ้านหรือสินเชื่อรวมหนี้ได้
- ถ้าค้างชำระเกิน 120 วันแล้ว ให้ดูคลินิกแก้หนี้หรือปิดหนี้ไว ไปต่อได้
3. ติดต่อธนาคารที่ถือสินเชื่อบ้านก่อน
- ธนาคารที่ถือสินเชื่อบ้านอยู่แล้วมักพิจารณาได้เร็วกว่า เพราะมีประวัติการผ่อนและหลักประกันอยู่แล้ว
- ถามว่ามีสินเชื่อกู้เพิ่มหรือบ้านแลกเงินสำหรับรวมหนี้หรือไม่ และรับหนี้ประเภทไหนบ้าง
- หนี้รถแบบเช่าซื้ออยู่ในกลุ่มหนี้รายย่อยที่รวมกับสินเชื่อบ้านได้ตามเกณฑ์เดิม แต่แต่ละธนาคารอาจรับไม่เหมือนกัน
- ถ้าธนาคารเดิมให้เงื่อนไขไม่ดี เทียบกับการรีไฟแนนซ์รวมหนี้ไปธนาคารอื่น
4. เตรียมเอกสาร
- บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน
- สลิปเงินเดือนล่าสุด หนังสือรับรองเงินเดือน และ Statement ย้อนหลัง 6 เดือน
- ผู้ประกอบอาชีพอิสระใช้หลักฐานการจดทะเบียนธุรกิจ บันทึกรายรับรายจ่าย และ Statement ย้อนหลัง 6 เดือน
- ใบแจ้งหนี้บัตรเครดิต สัญญาเช่าซื้อรถ และสัญญาสินเชื่อบ้านฉบับล่าสุด
5. เทียบภาระก่อนและหลังรวมหนี้
- เจ้าหนี้ต้องให้ข้อมูลครบถ้วน รวมถึงข้อดี ข้อเสีย และการเทียบภาระหนี้เก่ากับหนี้ใหม่
- ดูทั้งค่างวดต่อเดือนและดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา ผ่อนนานขึ้นอาจจ่ายดอกเบี้ยรวมมากกว่า
- ถามค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าประเมินหลักประกัน ค่าจดจำนอง และค่าปรับกรณีรีไฟแนนซ์บ้านใน 3 ปีแรก
6. ปิดวงเงินเก่าหลังรวมหนี้
- เมื่อหนี้บัตรถูกปิดแล้ว ควรลดวงเงินหรือเก็บบัตรไว้ ไม่กดเงินใหม่
- ผ่อนค่างวดใหม่ตรงเวลา เพราะหนี้ทั้งหมดรวมอยู่ที่เดียว
ปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกัน ก่อนเป็น NPL ทำยังไง
การปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกัน (Preventive Restructuring) คือการขอเปลี่ยนเงื่อนไขผ่อนตั้งแต่ยังจ่ายไหว ไม่ต้องรอให้ค้างจนเป็นหนี้เสีย ธปท. กำหนดให้เจ้าหนี้ต้องเสนอปรับโครงสร้างหนี้อย่างน้อย 1 ครั้งก่อนเป็นหนี้เสีย และอย่างน้อย 1 ครั้งหลังเป็นหนี้เสีย
หนี้ที่ขอปรับได้
- สินเชื่อบ้าน
- บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล
- สินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพ (Nano Finance)
- สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ
- ครอบคลุมทั้งลูกหนี้รายย่อยและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises หรือ SME)
รูปแบบการปรับโครงสร้างหนี้
- ขยายระยะเวลาผ่อนให้ค่างวดต่อเดือนลดลง
- ลดค่างวดช่วงแรก แล้วค่อยเพิ่มตามความสามารถ
- เปลี่ยนหนี้บัตรเป็นสินเชื่อผ่อนรายงวด
- เจ้าหนี้พิจารณาจากความสามารถในการชำระ และต้องเหลือเงินพอให้ลูกหนี้ใช้ดำรงชีพ
สิทธิที่ลูกหนี้ได้รับ
- ไม่เสียค่าธรรมเนียมปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ยกเว้นเจ้าหนี้ต้องประเมินหลักประกันเพิ่ม
- ไม่ถูกคิดดอกเบี้ยบนดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อรายย่อยทุกประเภท มีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2567
- ปิดหนี้สินเชื่อรายย่อยก่อนกำหนดได้โดยไม่เสียค่าปรับ ยกเว้นรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านใน 3 ปีแรก
- ถ้าเป็นหนี้เสียแล้ว เจ้าหนี้ต้องให้เวลาพิจารณาแผนอย่างน้อย 60 วันก่อนโอนขายหนี้
ขั้นตอนขอปรับโครงสร้างหนี้
- สำรวจรายได้ รายจ่าย และค่างวดที่จ่ายไหวจริง
- โทรหาคอลเซ็นเตอร์เจ้าหนี้ กดต่อ 99 หรือไปที่สาขา บอกว่าต้องการปรับโครงสร้างหนี้
- อธิบายสาเหตุที่ผ่อนไม่ไหว พร้อมหลักฐานรายได้
- อ่านข้อเสนอ เทียบค่างวดและดอกเบี้ยรวมก่อนตกลง
- ถ้าเจรจาไม่ได้ ติดต่อศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. สายด่วน 1213
ทำไมควรขอก่อนเป็นหนี้เสีย
- ยังมีทางเลือกมากกว่า เช่น รวมหนี้ หรือเข้าโครงการหนี้เรื้อรัง
- หนี้เสียถูกบันทึกในเครดิตบูโร ทำให้ขอสินเชื่อใหม่ได้ยากขึ้น
- หนี้อาจถูกโอนขายให้บริษัทบริหารสินทรัพย์หรือถูกฟ้องร้อง
คำถามที่พบบ่อย
แก้หนี้เรื้อรังดอกเบี้ยเหลือ 5% จริงไหม
ไม่ใช่ โครงการปิดจบหนี้เรื้อรังลดดอกเบี้ยเหลือไม่เกิน 15% ต่อปี ดอกเบี้ย 3 ถึง 5% เป็นของคลินิกแก้หนี้ ซึ่งรับเฉพาะหนี้เสียที่ค้างเกิน 120 วัน
ต้องสมัครหนี้เรื้อรังที่ ธปท. ไหม
ไม่ต้อง เจ้าหนี้เป็นฝ่ายแจ้งเตือนและส่งข้อเสนอ ถ้าไม่ได้รับให้โทรถามเจ้าหนี้โดยตรง
เข้าโครงการแล้วบัตรจะใช้ต่อได้ไหม
วงเงินที่เข้าโครงการหนี้เรื้อรังถูกปิดและเปลี่ยนเป็นสินเชื่อผ่อนรายงวด เจ้าหนี้อาจเหลือวงเงินไว้ใช้ยามฉุกเฉินเท่านั้น
เข้าโครงการแก้หนี้แล้วเครดิตบูโรเสียไหม
การเข้าร่วมถูกบันทึกในรายงาน NCB สถาบันการเงินที่พิจารณาสินเชื่อใหม่จะเห็นข้อมูลนี้ แต่การผ่อนตรงตามแผนช่วยให้ประวัติดีขึ้นกว่าปล่อยให้เป็นหนี้เสีย
รวมหนี้ข้ามธนาคารได้ไหม
ได้ ธปท. เปิดให้รวมหนี้ข้ามสถาบันได้ตั้งแต่ปลายปี 2564 ส่วนใหญ่ทำผ่านการรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้าน หรือขอสินเชื่อรวมหนี้จากธนาคารใหม่ไปปิดหนี้เดิม
ติดต่อ ธปท. เรื่องหนี้ได้ที่ไหน
โทรศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน 1213 หรือดูข้อมูลที่หน้าเว็บไซต์แก้หนี้ยั่งยืน bot.or.th/th/debtsolution.html ส่วนคลินิกแก้หนี้และปิดหนี้ไว ไปต่อได้ โทร SAM สายด่วน 1443 กด 6
เช็กลิสต์ก่อนขอแก้หนี้
- รู้ยอดหนี้และดอกเบี้ยทุกก้อนครบแล้ว
- เช็กแล้วว่าหนี้แต่ละก้อนยังปกติ ค้างชำระ หรือเป็นหนี้เสีย
- ดูใบแจ้งหนี้ว่าจ่ายดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้นมานานแค่ไหน
- เตรียมหลักฐานรายได้และ Statement ย้อนหลัง 6 เดือน
- คำนวณค่างวดที่จ่ายไหวจริงหลังหักค่าใช้จ่ายจำเป็น
- โทรหาเจ้าหนี้ กดต่อ 99 หรือไปที่สาขา
- เทียบข้อเสนออย่างน้อย 2 ทางเลือกก่อนตัดสินใจ
- เก็บหลักฐานการตกลงและสัญญาใหม่ไว้ทุกฉบับ
- ระวังมิจฉาชีพที่อ้างตัวเป็น ธปท. หรือรับปิดหนี้แล้วเก็บค่าดำเนินการ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- ธนาคารแห่งประเทศไทย มาตรการแก้หนี้ยั่งยืน: bot.or.th/th/debtsolution/debtsolution-measure.html
- ธนาคารแห่งประเทศไทย บทความการปิดจบหนี้เรื้อรัง เมื่อ 2 เมษายน 2567: bot.or.th/th/research-and-publications/articles-and-publications/articles/article-2024Apr2.html
- ธนาคารแห่งประเทศไทย ข่าวขยายมาตรการบัตรเครดิตถึงสิ้นปี 2569 เมื่อ 4 ธันวาคม 2568: bot.or.th/th/news-and-media/news/news-20251204-2.html
- ธนาคารแห่งประเทศไทย ข่าวเปิดลงทะเบียนปิดหนี้ไว ไปต่อได้ เมื่อ 5 มกราคม 2569: bot.or.th/th/news-and-media/news/news-20260105.html
- ธนาคารแห่งประเทศไทย ข่าวมาตรการรีไฟแนนซ์และรวมหนี้ เมื่อ 22 พฤศจิกายน 2564: bot.or.th/th/news-and-media/news/news-20211122.html
- ธนาคารกรุงเทพ เช็กสัญญาณเคลียร์หนี้เรื้อรัง: bangkokbank.com/th-TH/Personal/Tips-and-Insights/Debtsolution
- ธนาคารออมสิน สินเชื่อ Re Card: gsb.or.th/promotions/re-card69/
- ประชาชาติธุรกิจ ข่าวเริ่มมาตรการหนี้เรื้อรัง: prachachat.net/finance/news-1533116
อรุโณทัย แสงทอง บรรณาธิการเว็บไซต์ Bkklovehoro.com เริ่มต้นจากจุดที่ยากลำบากที่สุดจุดหนึ่งในชีวิต เมื่อต้องเผชิญกับวิกฤตหนี้สินรุมเร้าและการบริหารเงินที่ผิดพลาดจนเกือบเอาตัวไม่รอด ด้วยความมุ่งมั่นที่จะหาทางออก จึงใช้เวลาศึกษา ค้นคว้า และลงมือปฏิบัติจริงเพื่อเจรจาประนอมหนี้ ปรับโครงสร้างการเงิน และฟื้นฟูเครดิตบูโรด้วยตนเองจนกระทั่งหลุดพ้นจากวงจรหนี้ได้สำเร็จ จากบทเรียนราคาแพงในอดีตและประสบการณ์กว่า 10 ปี ควบคู่กับความรู้จากการศึกษาการเงินการลงทุน จนได้รวบรวมองค์ความรู้และเทคนิคภาคปฏิบัติที่ผ่านการลองผิดลองถูกมาถ่ายทอดผ่านเว็บไซต์ เพื่อเป็นเข็มทิศให้กับผู้คนที่กำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนปลดหนี้ การจัดสรรงบประมาณในยามวิกฤต ไปจนถึงการเริ่มต้นก้าวเข้าสู่โลกของการลงทุนจากเงินก้อนเล็กๆ
ติดต่องาน
Bkklovehoro@gmail.com
https://www.facebook.com/bkklovehoro
https://www.youtube.com/channel/Bkklovehoro
https://www.tiktok.com/@bkklovehoro