กองทุนอินเดีย VS เวียดนาม อันไหนน่าลงทุน 2569

กองทุนอินเดีย หรือ เวียดนาม ดีกว่ากัน คำตอบสั้นก่อนลงรายละเอียด

คำถามว่า กองทุนอินเดีย หรือ เวียดนาม ดีกว่ากัน ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน เพราะสองตลาดนี้ให้ผลตอบแทนและความเสี่ยงคนละแบบ อินเดียเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยการบริโภคในประเทศของประชากรกว่า 1,400 ล้านคน ส่วนเวียดนามเป็นตลาดขนาดเล็กกว่า เติบโตจากการส่งออกและการย้ายฐานการผลิต และผันผวนกว่ามาก

ยาวไป เลือกอ่าน

สรุปแบบตรงไปตรงมา คนที่ต้องการตลาดเกิดใหม่ที่มีสภาพคล่องสูงและความผันผวนน้อยกว่า มักเริ่มที่อินเดีย ส่วนคนที่รับความผันผวนได้มากและถือยาวพอ อาจใช้เวียดนามเป็นส่วนเสริมในพอร์ต หลายคนเลือกถือทั้งสองตลาดในสัดส่วนต่างกัน

หัวข้อ

อินเดีย

เวียดนาม

ขนาดตลาด

ใหญ่ อยู่ในกลุ่มตลาดหุ้นใหญ่ของโลก

เล็กกว่ามาก กำลังยกระดับสถานะตลาด

ตัวขับเคลื่อนหลัก

การบริโภคในประเทศ บริการ เทคโนโลยี การเงิน

การส่งออก การผลิต อสังหาริมทรัพย์ ธนาคาร

ความผันผวน

ปานกลางถึงสูง

สูง

ประเด็นที่ต้องระวัง

ระดับราคาหุ้นเทียบกำไร (Valuation) มักสูงกว่าตลาดอื่น

สภาพคล่องต่ำ นักลงทุนรายย่อยมีสัดส่วนสูง นโยบายเปลี่ยนเร็ว

บทความนี้เปรียบเทียบผลตอบแทน ความเสี่ยง ค่าธรรมเนียมกองทุนรวมที่ขายในไทย วิธีซื้อผ่านแอป และแนวทางจัดพอร์ต ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2569 บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและหนังสือชี้ชวนก่อนตัดสินใจ

เปรียบเทียบผลตอบแทน กองทุนรวมหุ้นเวียดนาม หุ้นอินเดีย

[embed: node/0b7f56d4-4adc]

ภาพรวม 1 ปีที่ผ่านมาไม่สดใสทั้งสองตลาด กองทุนหุ้นอินเดียที่ขายในไทยติดลบทุกกองในกลุ่มตัวอย่าง ส่วนกองทุนเวียดนามส่วนใหญ่ติดลบเช่นกัน มีเพียงบางกองที่พลิกเป็นบวกเล็กน้อย ข้อมูลรายกองดูได้จากหน้าผลตอบแทนของ WealthMagik

ช่องว่างระหว่างดัชนีกับกองทุนเวียดนาม

จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ ดัชนี MSCI Vietnam ที่ปรับเป็นเงินบาทให้ผลตอบแทน 1 ปีเป็นบวกสูง ตาม Fund Factsheet ของ K-VIETNAM-SSF แต่กองทุนแบบบริหารเชิงรุก (Active Fund) หลายกองกลับติดลบ ตัวเลขนี้บอกว่าผลตอบแทนของตลาดเวียดนามช่วงที่ผ่านมากระจุกอยู่ในหุ้นบางกลุ่ม กองทุนที่ไม่ได้ถือหุ้นกลุ่มนั้นในน้ำหนักเท่าดัชนีจึงตามไม่ทัน การเลือกกองทุนเวียดนามจึงต้องดูกลยุทธ์ของผู้จัดการกองทุน ไม่ใช่ดูแค่ว่าเป็นกองทุนเวียดนาม

ผลตอบแทนระยะยาวดูอย่างไร

ในกรอบ 3 ปี กองทุนเวียดนามหลายกองยังให้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีเป็นบวกเล็กน้อย ส่วนกองทุนอินเดียหลายกองอยู่ในแดนลบ หลังจากตลาดอินเดียขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า ตัวอย่างเช่นช่วงต้นปี 2567 กองทุนอินเดียบางกองเคยให้ผลตอบแทน 1 ปีเกิน 30% ตามที่ WealthMagik รวบรวมไว้ ภาพนี้สะท้อนว่าทั้งสองตลาดเป็นวัฏจักร ปีที่ดีและปีที่แย่สลับกันได้แรง

ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ตัวเลขข้างต้นใช้เพื่อเปรียบเทียบภาพรวมเท่านั้น

กองทุนหุ้นอินเดีย บลจ ไหนดี ค่าธรรมเนียมถูก

กองทุนหุ้นอินเดียในไทยออกโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) หลายแห่ง ส่วนใหญ่เป็นกองทุนรวมหน้าเดียว (Feeder Fund) ที่นำเงินไปลงทุนต่อในกองทุนหลักต่างประเทศ จึงต้องดูทั้งกลยุทธ์ของกองทุนหลักและค่าธรรมเนียมสองชั้น

ตัวอย่างกองทุนหุ้นอินเดียแยกตาม บลจ.

บลจ.

ตัวอย่างกองทุน

ลักษณะ

บลจ.กสิกรไทย

K-INDIA, K-INDX

K-INDX เป็นกองทุนดัชนี อีกกองบริหารเชิงรุก

บลจ.ไทยพาณิชย์

SCBINDIAA, SCBINDEQ(A)

มีทั้งแบบอิงดัชนีและแบบแอคทีฟ

บลจ.กรุงศรี

KFINDIA-A, KFINDIARMF

มีรุ่นกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund หรือ RMF)

บลจ.บัวหลวง

B-INDIAMRMF

เน้นหุ้นขนาดกลาง ในรูปแบบ RMF

บลจ.กรุงไทย

KT-INDIA-A

บริหารเชิงรุก

รายชื่อในตารางใช้เป็นตัวอย่างประกอบการศึกษา ไม่ใช่การจัดอันดับหรือแนะนำให้ซื้อ

กองทุนดัชนีกับกองทุนแอคทีฟ เลือกแบบไหน

  • กองทุนดัชนี (Passive Fund) ลงทุนตามดัชนี เช่น Nifty 50 ค่าธรรมเนียมการจัดการมักต่ำกว่า ผลตอบแทนใกล้เคียงตลาด เหมาะกับคนที่อยากได้ผลตอบแทนตามเศรษฐกิจอินเดียโดยรวม
  • กองทุนแอคทีฟ (Active Fund) ผู้จัดการเลือกหุ้นเอง ค่าธรรมเนียมสูงกว่า อาจชนะหรือแพ้ดัชนีได้ เหมาะกับคนที่เชื่อมั่นในกลยุทธ์ของผู้จัดการ เช่น เน้นหุ้นขนาดกลางและเล็ก

วิธีดูค่าธรรมเนียมให้ครบ

  1. เปิดหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ (Fund Factsheet) ของกองทุนบนเว็บไซต์ บลจ.
  2. ดูค่าธรรมเนียมการจัดการ ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) และค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยน
  3. ดูค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวม (Total Expense Ratio หรือ TER) ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนต้นทุนต่อปีได้ดีที่สุด
  4. ตรวจว่ากองทุนหลักต่างประเทศมีค่าธรรมเนียมแยกอีกชั้นหรือไม่
  5. เทียบกองทุนนโยบายเดียวกันผ่านเครื่องมือเปรียบเทียบของ WealthMagik หรือข้อมูลกองทุนบน เว็บไซต์ ก.ล.ต.

ค่าธรรมเนียมต่างกันเพียง 0.5% ต่อปี ดูเหมือนน้อย แต่ถ้าถือ 10 ปี ส่วนต่างสะสมจะคิดเป็นราว 5% ของมูลค่าพอร์ต จึงควรให้น้ำหนักกับค่าธรรมเนียมพอๆ กับผลตอบแทนย้อนหลัง

ความเสี่ยงลงทุนกองทุนเวียดนาม ค่าเงิน ดัชนีผันผวน

ตลาดหุ้นเวียดนามให้โอกาสเติบโตสูง แต่มาพร้อมความเสี่ยงหลายชั้นที่มือใหม่ควรรู้ก่อนลงเงิน

ความผันผวนสูงกว่าตลาดทั่วไป

Fund Factsheet ของกองทุน K-VIETNAM-SSF แสดงค่าความผันผวน (Standard Deviation) ของกองทุนช่วง 1 ปีราว 21.5% และของดัชนีชี้วัดราว 25.5% (ที่มา) หมายความว่าในปีปกติ มูลค่าอาจแกว่งขึ้นลงได้มากกว่า 20% จากค่าเฉลี่ย ใครที่รับการขาดทุนชั่วคราวระดับนี้ไม่ได้ ไม่ควรถือกองทุนเวียดนามในสัดส่วนสูง

ความเสี่ยงจากค่าเงิน

กองทุนที่ไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (Unhedged) ได้รับผลจากทั้งราคาหุ้นและค่าเงินด่องเทียบกับเงินบาท ถ้าค่าเงินด่องอ่อนลงเมื่อเทียบกับบาท ผลตอบแทนในรูปเงินบาทจะลดลงแม้ราคาหุ้นไม่เปลี่ยน กองทุนบางกองป้องกันความเสี่ยงบางส่วน เช่น ทำ Hedge ราว 80% ของเงินลงทุน ควรอ่านนโยบายนี้ในหนังสือชี้ชวน

ลักษณะเฉพาะของตลาดเวียดนาม

  • นักลงทุนรายย่อยในประเทศมีสัดส่วนการซื้อขายสูง ราคาจึงเคลื่อนไหวแรงตามอารมณ์ตลาด
  • หุ้นบางกลุ่ม เช่น ธนาคารและอสังหาริมทรัพย์ มีน้ำหนักมากในดัชนี ทำให้ผลตอบแทนกระจุกตัว
  • หุ้นยอดนิยมหลายตัวมีเพดานการถือครองของต่างชาติ (Foreign Ownership Limit) ทำให้กองทุนต่างชาติบางครั้งซื้อเพิ่มไม่ได้
  • นโยบายรัฐ เช่น การควบคุมสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ เปลี่ยนเร็วและกระทบตลาดแรง

ปัจจัยบวกที่เพิ่งเกิดขึ้น การยกระดับตลาด

FTSE Russell ยืนยันเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ว่าเวียดนามผ่านเกณฑ์และได้รับการยกระดับจากตลาดชายขอบ (Frontier Market) เป็นตลาดเกิดใหม่ระดับรอง (Secondary Emerging Market) มีผลตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2569 (ประกาศของ LSEG) เงินจากกองทุนดัชนีทั่วโลกจะทยอยเข้าเป็นหลายระยะจนถึงปี 2570 (VIOD) แต่การยกระดับไม่ได้รับประกันว่าราคาหุ้นจะขึ้น และตลาดมักสะท้อนข่าวนี้ล่วงหน้าไปบางส่วนแล้ว

เทียบความเสี่ยงกับอินเดีย

อินเดียเป็นตลาดใหญ่และสภาพคล่องสูงกว่า แต่มีความเสี่ยงด้านระดับราคาที่มักสูงกว่าตลาดเกิดใหม่อื่น ค่าเงินรูปีมีแนวโน้มอ่อนค่าในระยะยาว และนักลงทุนต่างชาติไหลเข้าออกแรงได้ ทั้งสองตลาดจึงจัดเป็นกองทุนความเสี่ยงสูง ระดับ 6 ตามการจัดระดับความเสี่ยงกองทุนรวม

ซื้อกองทุนเวียดนาม ผ่านแอป Streaming Fund ตัวไหนเด่น

แอปที่หลายคนเรียกว่า Streaming Fund ปัจจุบันใช้ชื่อ Streaming Fund+ พัฒนาโดย Settrade ในกลุ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จุดเด่นคือเปิดบัญชีเดียวกับตัวแทนขาย (Selling Agent) ที่ให้บริการ แล้วซื้อขายกองทุนได้มากกว่า 22 บลจ. ในแอปเดียว (Settrade) ไม่ต้องเปิดบัญชีแยกกับทุก บลจ.

ขั้นตอนซื้อกองทุนเวียดนามผ่าน Streaming Fund+

  1. ดาวน์โหลดแอป Streaming Fund+ จาก App Store หรือ Google Play
  2. เลือกเปิดบัญชีกองทุนกับโบรกเกอร์หรือ บลจ. ที่เป็นตัวแทนขายในรายชื่อของ Settrade ถ้ามีบัญชีหุ้นผ่านแอป Streaming อยู่แล้ว ใช้ชื่อผู้ใช้เดิมได้เมื่อโบรกเกอร์เพิ่มบัญชีกองทุนให้
  3. ทำแบบประเมินความเสี่ยงให้ผ่านระดับที่ลงทุนกองทุนหุ้นต่างประเทศได้
  4. ค้นหาด้วยคำว่า เวียดนาม หรือชื่อย่อกองทุน แล้วเปิดดูหนังสือชี้ชวนและข้อมูลกองทุน
  5. ส่งคำสั่งซื้อครั้งเดียว หรือตั้งแผนลงทุนสม่ำเสมอ (DCA) รายเดือน

ตัวไหนเด่น ดูจาก 5 เกณฑ์นี้แทนการดูผลตอบแทนอย่างเดียว

เกณฑ์

ควรดูอะไร

ผลตอบแทนเทียบดัชนีชี้วัด

กองทุนชนะหรือแพ้ดัชนีอย่างสม่ำเสมอแค่ไหนในหลายช่วงเวลา ไม่ใช่แค่ 1 ปี

ค่าธรรมเนียมรวม (TER)

ยิ่งต่ำยิ่งดี เมื่อกลยุทธ์ใกล้เคียงกัน

นโยบายป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน

ป้องกันเต็มที่ บางส่วน หรือไม่ป้องกันเลย

กองทุนหลักและผู้จัดการ

ลงทุนตรงหรือผ่านกองทุนหลักต่างประเทศ และผู้จัดการมีประวัติในตลาดเวียดนามนานแค่ไหน

ขนาดกองทุน

กองทุนขนาดเล็กมากมีความเสี่ยงถูกปิดหรือควบรวม

จากกราฟในหัวข้อเปรียบเทียบผลตอบแทน จะเห็นว่ากองทุนเวียดนามแต่ละกองให้ผลตอบแทนต่างกันมากในช่วงเดียวกัน การเลือกกองทุนจึงสำคัญพอๆ กับการเลือกประเทศ

เรื่องที่มือใหม่มักพลาด

  • กองทุนต่างประเทศมีเวลาตัดรอบคำสั่งซื้อขายเร็วกว่ากองทุนไทย คำสั่งหลังเวลาตัดรอบจะได้ราคาวันทำการถัดไป
  • เงินค่าขายคืนกองทุนต่างประเทศใช้เวลาหลายวันทำการกว่าจะเข้าบัญชี ไม่ควรใช้เงินที่อาจต้องเบิกด่วน
  • วันหยุดของตลาดเวียดนามหรือตลาดของกองทุนหลักมีผลต่อวันที่ซื้อขายได้

จัดพอร์ตลงทุนตลาดเกิดใหม่ กองทุนอินเดีย ถือยาวกี่ปี

กองทุนตลาดเกิดใหม่เหมาะเป็นส่วนเสริมของพอร์ต ไม่ใช่แกนหลัก แนวคิดที่นิยมใช้คือ Core and Satellite แกนหลัก (Core) เป็นสินทรัพย์ที่กระจายความเสี่ยงกว้าง เช่น กองทุนหุ้นโลก ตราสารหนี้ และหุ้นไทย ส่วนเสริม (Satellite) เป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูงแต่ผันผวน เช่น อินเดียและเวียดนาม

ตัวอย่างสัดส่วนตามระดับความเสี่ยงที่รับได้

ตัวอย่างต่อไปนี้ใช้อธิบายแนวคิด ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล

ผู้ลงทุน

สัดส่วนตลาดเกิดใหม่ในพอร์ตหุ้น

แบ่งอินเดียต่อเวียดนาม

รับความเสี่ยงได้ปานกลาง

ไม่เกินราว 10%

ถือเฉพาะอินเดีย หรือ อินเดียมากกว่าเวียดนาม

รับความเสี่ยงได้สูง ถือยาวได้

ราว 15% ถึง 20%

อินเดียราวสองส่วน เวียดนามราวหนึ่งส่วน

อยากลองตลาดใหม่ด้วยเงินจำนวนน้อย

เริ่มจากเงินที่ขาดทุนได้โดยไม่กระทบชีวิต

DCA ทั้งสองตลาดเท่ากันในจำนวนน้อย

เหตุผลที่หลายคนให้อินเดียมากกว่าเวียดนาม คือตลาดอินเดียใหญ่และสภาพคล่องสูงกว่า ส่วนเวียดนามผันผวนกว่าและผลตอบแทนระหว่างกองทุนต่างกันมาก

ถือยาวกี่ปีถึงเหมาะสม

กองทุนหุ้นตลาดเกิดใหม่ควรถืออย่างน้อย 5 ถึง 7 ปีขึ้นไป เพราะวัฏจักรขาขึ้นและขาลงแต่ละรอบกินเวลาหลายปี ข้อมูลกองทุนอินเดียช่วงปลายปี 2569 เป็นตัวอย่างที่ชัด หลายกองติดลบในกรอบ 1 ปีและ 3 ปี แต่เมื่อมองกรอบ 10 ปี กองทุนอย่าง K-INDIA-A(D) และ K-INDX ยังมีผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีเป็นบวก ตามข้อมูลของ WealthMagik คนที่ขายตอนตลาดลงหนักมักเสียโอกาสช่วงฟื้นตัว

วิธีดูแลพอร์ตระหว่างถือ

  1. ลงทุนแบบ DCA รายเดือน เพื่อเฉลี่ยต้นทุนและลดความเสี่ยงจากการเข้าผิดจังหวะ
  2. ปรับสมดุลพอร์ต (Rebalance) ปีละครั้ง ถ้าสัดส่วนตลาดเกิดใหม่โตเกินแผน ให้ขายบางส่วนไปเติมแกนหลัก ถ้าลดลงมากให้เติมกลับ
  3. ทบทวนกองทุนที่ถือเมื่อผลตอบแทนแพ้ดัชนีต่อเนื่องหลายปี หรือค่าธรรมเนียมสูงกว่ากองทุนนโยบายเดียวกันมาก
  4. พิจารณาสิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น กองทุนรุ่น RMF หรือกองทุนรวมเพื่อการออม (Super Savings Fund หรือ SSF) หากเข้ากับแผนเกษียณและเงื่อนไขการถือ

คำถามที่พบบ่อย กองทุนอินเดีย หรือ เวียดนาม ดีกว่ากัน

กองทุนอินเดีย หรือ เวียดนาม ดีกว่ากัน สำหรับมือใหม่

สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่คุ้นกับความผันผวน กองทุนอินเดียมักเหมาะเป็นจุดเริ่มต้นมากกว่า เพราะตลาดใหญ่และสภาพคล่องสูงกว่า ส่วนกองทุนเวียดนามเหมาะกับคนที่รับความผันผวนสูงได้และถือยาวพอ ทั้งสองแบบควรเป็นสัดส่วนเล็กของพอร์ต

ตอนนี้ผลตอบแทนติดลบ ควรรอหรือเริ่มเลย

ไม่มีใครจับจังหวะตลาดได้แม่นยำ วิธีที่ลดความเสี่ยงเรื่องจังหวะคือทยอยลงทุนแบบ DCA เป็นเวลาหลายปี แทนการลงเงินก้อนเดียว

การยกระดับตลาดเวียดนามทำให้หุ้นขึ้นแน่ไหม

ไม่แน่ การยกระดับทำให้เงินจากกองทุนดัชนีทั่วโลกทยอยไหลเข้า แต่ราคาหุ้นขึ้นกับกำไรบริษัท เศรษฐกิจ และกระแสเงินทุนโดยรวมด้วย ตลาดมักสะท้อนข่าวนี้ล่วงหน้าไปบางส่วนแล้ว

กองทุนดัชนีหรือกองทุนแอคทีฟ แบบไหนดีกว่า

กองทุนดัชนีค่าธรรมเนียมต่ำและได้ผลตอบแทนใกล้ตลาด กองทุนแอคทีฟมีโอกาสชนะหรือแพ้ตลาด ข้อมูลช่วงที่ผ่านมาของกองทุนเวียดนามแสดงว่ากองทุนแอคทีฟหลายกองตามดัชนีไม่ทัน จึงควรเปรียบเทียบผลตอบแทนเทียบดัชนีหลายช่วงเวลาก่อนเลือก

ต้องเสียภาษีกำไรจากกองทุนต่างประเทศที่ซื้อผ่าน บลจ. ไทยไหม

กำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุนกองทุนรวมที่จดทะเบียนในไทยของบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษี ส่วนเงินปันผลจากกองทุนชนิดจ่ายปันผลจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ควรตรวจสอบกับ กรมสรรพากร หากมีกรณีเฉพาะ

เช็กลิสต์ก่อนลงทุนกองทุนอินเดียหรือเวียดนาม

  • กำหนดสัดส่วนตลาดเกิดใหม่ในพอร์ตไว้ล่วงหน้า
  • เปรียบเทียบผลตอบแทนเทียบดัชนีอย่างน้อย 3 ช่วงเวลา
  • อ่านค่าธรรมเนียมรวม (TER) และนโยบายป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
  • ตรวจเวลาตัดรอบคำสั่งและระยะเวลารับเงินค่าขายคืน
  • ตั้งแผน DCA และวันทบทวนพอร์ตปีละครั้ง
  • พร้อมถืออย่างน้อย 5 ถึง 7 ปี โดยไม่ต้องใช้เงินก้อนนี้

บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

อ่านเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลภายนอก

กองทุนอินเดีย, กองทุนเวียดนาม, กองทุนรวมหุ้นอินเดีย, กองทุนรวมหุ้นเวียดนาม, ตลาดเกิดใหม่, Emerging Markets, ค่าธรรมเนียมกองทุน, Streaming Fund, จัดพอร์ตลงทุน, กองทุนต่างประเทศ, ดัชนี Nifty 50, ดัชนี VN-Index