คนจำนวนมากไม่ได้ใช้เงินเก่งหรือรายได้น้อยเกินไป แต่ไม่มีระบบที่ทำให้เงินไปถูกทาง พอเจอเหตุฉุกเฉินก็ต้องหาเงินกู้ด่วน ซึ่งเสี่ยงเจอดอกเบี้ยสูงและมิจฉาชีพ บทความนี้อธิบายวิธีบริหารเงินที่ทำตามได้เองตั้งแต่เดือนนี้ เพื่อให้มีเงินสำรองพอรับมือเหตุไม่คาดฝัน และไม่ต้องพึ่งเงินกู้ออนไลน์ตอนที่ไม่มีทางเลือก
หลักคิดสำคัญคือ ความมั่นคงทางการเงินเป็นเรื่องของพฤติกรรมมากกว่าตัวเลข คนที่รายได้ 15,000 บาทแต่มีระบบ มักไปได้ไกลกว่าคนรายได้ 50,000 บาทที่ปล่อยให้เงินเดือนหายไปเรื่อย ๆ
ทำไมคนถึงต้องพึ่งเงินด่วนออนไลน์
ก่อนแก้ปัญหา ต้องเข้าใจก่อนว่าปัญหาเกิดจากอะไร สาเหตุที่พบบ่อยมีสามข้อ
ข้อแรก ไม่มีเงินสำรองฉุกเฉิน พอรถเสีย ป่วย หรือถูกลดรายได้ ก็ไม่มีเงินก้อนรองรับ ข้อสอง ใช้เงินแบบเหลือค่อยออม ซึ่งมักไม่เหลือ ข้อสาม ไม่รู้ว่าเงินไปไหนบ้าง จึงไม่เห็นรายจ่ายรั่วไหลที่แก้ได้
ผู้ที่ค้นหาเงินด่วนออนไลน์ส่วนใหญ่อยู่ในสภาวะที่ต้องรีบตัดสินใจ และนั่นคือจุดที่มิจฉาชีพและแอปเงินกู้นอกระบบใช้หาประโยชน์ การมีระบบการเงินที่ดีจึงเป็นทั้งเรื่องประหยัดเงินและเรื่องความปลอดภัย
ขั้นที่ 1 รู้ตัวเลขของตัวเองก่อน
จดรายรับรายจ่ายอย่างน้อย 30 วัน
เริ่มจากสิ่งที่ง่ายที่สุด จดทุกรายการที่จ่ายออกไปเป็นเวลา 1 เดือน จะจดลงสมุด ใช้ Google Sheets หรือใช้แอปอย่าง Money Lover ก็ได้ ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แค่ให้เห็นภาพจริง
แบ่งรายจ่ายเป็น 3 กลุ่ม
รายจ่ายจำเป็น เช่น ค่าเช่า ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าน้ำไฟ รายจ่ายผูกพัน เช่น ค่างวดรถ ค่าผ่อนหนี้ และรายจ่ายเพื่อความสุข เช่น กินข้าวนอกบ้าน ช้อปปิ้ง สมัครสมาชิกต่าง ๆ กลุ่มสุดท้ายคือส่วนที่ปรับลดได้ง่ายที่สุด
หาค่าใช้จ่ายรั่วไหลที่ไม่รู้ตัว
ตรวจรายการตัดบัญชีอัตโนมัติ เช่น แอปสตรีมมิ่งที่ไม่ได้ดูแล้ว ค่าสมาชิกรายเดือนที่ลืมยกเลิก และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ คนส่วนใหญ่มักเจอเงินรั่วอย่างน้อยเดือนละ 300 ถึง 1,000 บาทจากขั้นตอนนี้
ขั้นที่ 2 ออมก่อนใช้ ไม่ใช่ใช้ก่อนแล้วออมที่เหลือ
สูตรออมก่อนใช้
ลำดับที่ควรเป็นคือ รายได้เข้า แบ่งเงินออมทันที แล้วค่อยใช้ส่วนที่เหลือ แทนที่จะรอให้เหลือแล้วออม เพราะมนุษย์มีแนวโน้มใช้เงินให้หมดเท่าที่มี
ตั้งโอนอัตโนมัติวันเงินเดือนออก
ตั้งให้ธนาคารโอนเงินจากบัญชีเงินเดือนไปบัญชีออมโดยอัตโนมัติทันทีที่เงินเข้า จะใช้บัญชีเงินฝากของธนาคารที่มีอยู่ หรือแยกเป็นบัญชีต่างหากไม่มีบัตรเอทีเอ็มเพื่อไม่ให้หยิบมาใช้ง่าย ๆ ก็ได้ วิธีนี้ไม่ต้องอาศัยแรงใจทุกเดือน
เริ่มเล็กแต่ต้องต่อเนื่อง
ถ้ายังไม่มีเงินเหลือมาก เริ่มที่ 5 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ก่อน แล้วค่อยเพิ่มเป็น 10 และ 20 เปอร์เซ็นต์เมื่อจัดระเบียบรายจ่ายได้แล้ว ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าจำนวนเงิน
ขั้นที่ 3 สร้างเงินสำรองฉุกเฉินก่อนคิดลงทุน
เงินสำรองฉุกเฉินควรมีเท่าไร
หลักทั่วไปคือเก็บเงินให้พอรายจ่ายจำเป็น 3 ถึง 6 เดือน พนักงานประจำที่รายได้มั่นคงอาจใช้ 3 เดือน ส่วนอาชีพอิสระหรือผู้ที่มีคนที่ต้องดูแล ควรเก็บ 6 เดือนขึ้นไป
ตั้งเป้าหมายแบบขั้นบันได
การไปให้ถึง 6 เดือนในทีเดียวอาจดูไกล ให้ตั้งเป็นขั้น ขั้นแรก 5,000 บาท ขั้นสองเท่ากับรายจ่าย 1 เดือน ขั้นสามเท่ากับ 3 เดือน เพียงแค่เก็บให้ได้ 5,000 บาทแรก คุณก็ไม่ต้องหาเงินกู้ด่วนเมื่อเจอเหตุการณ์ขนาดเล็กอย่างค่าซ่อมรถหรือค่ายา
เก็บเงินสำรองไว้ที่ไหนดี
เงินสำรองฉุกเฉินควรถอนได้ทันทีและไม่เสี่ยงขาดทุน เหมาะกับบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงของธนาคารที่ถูกกำกับดูแล หรือกองทุนรวมตลาดเงินที่มีสภาพคล่องสูง แต่ไม่ควรเอาไปลงทุนในหุ้นหรือสินทรัพย์ผันผวน เพราะจุดประสงค์คือปกป้อง ไม่ใช่สร้างผลตอบแทน
ขั้นที่ 4 จัดการหนี้เดิมให้เป็นระบบ
เรียงลำดับหนี้ตามดอกเบี้ย
หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อหมุนเวียนมักดอกเบี้ยสูงที่สุด ควรโปะก่อน เรียกว่าวิธีถล่มหนี้ดอกเบี้ยสูง ส่วนหนี้ก้อนอื่นให้ผ่อนขั้นต่ำไว้ก่อน เมื่อปิดก้อนแรกได้ ให้นำยอดที่เคยจ่ายไปโปะก้อนถัดไป
ปรึกษาเจ้าหนี้เมื่อเริ่มจ่ายไม่ไหว
ถ้ารู้ว่าจะผ่อนไม่ทัน ให้ติดต่อเจ้าหนี้ก่อนครบกำหนด หลายแห่งมีมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ การเงียบหายมักทำให้ค่าปรับและดอกเบี้ยบานปลาย
ระวังการกู้ใหม่มาโปะหนี้เก่า
การใช้เงินด่วนออนไลน์เพื่อปิดหนี้บัตรเครดิต มักทำให้ต้นทุนรวมสูงขึ้นและเข้าสู่วงจรหนี้ ถ้าจำเป็นต้องรวมหนี้ ให้เลือกสินเชื่อรวมหนี้จากสถาบันการเงินที่ถูกกำกับดูแลและเปรียบเทียบดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมก่อนเสมอ
ขั้นที่ 5 คุมรายจ่ายโดยไม่ต้องอดทนทุกเรื่อง
ใช้กฎ 50/30/20 เป็นจุดเริ่มต้น
แบ่งรายได้เป็น 50 เปอร์เซ็นต์สำหรับรายจ่ายจำเป็น 30 เปอร์เซ็นต์สำหรับความสุขและไลฟ์สไตล์ และ 20 เปอร์เซ็นต์สำหรับออมและใช้หนี้ นี่เป็นเพียงกรอบตั้งต้น ปรับสัดส่วนตามรายได้และภาระของแต่ละคนได้
ระวังไลฟ์สไตล์เฟ้อเมื่อรายได้เพิ่ม
พอรายได้เพิ่มแล้วรายจ่ายเพิ่มตามทุกครั้ง เงินออมก็ไม่เคยโตขึ้น วิธีแก้คือเมื่อได้ขึ้นเงินเดือนหรือโบนัส ให้แบ่งส่วนหนึ่งเข้าเงินออมทันทีก่อนปรับไลฟ์สไตล์
ตั้งกฎรอ 48 ชั่วโมงก่อนซื้อของไม่จำเป็น
ถ้าอยากซื้อของที่ไม่ได้วางแผนไว้ ให้รอ 2 วัน ถ้ายังต้องการอยู่ค่อยซื้อ ช่วยตัดการซื้อตามอารมณ์ได้มาก
ขั้นที่ 6 เพิ่มรายได้เสริมและกระจายความเสี่ยง
การตัดรายจ่ายมีเพดาน แต่การเพิ่มรายได้ไม่มีเพดาน ลองเริ่มจากทักษะที่มีอยู่ เช่น รับงานฟรีแลนซ์ ขายของออนไลน์ หรือรับสอนพิเศษ รายได้เสริมเพียงเดือนละ 2,000 ถึง 3,000 บาท ก็ช่วยเติมเงินสำรองได้เร็วขึ้นมาก ในระยะยาว การมีรายได้มากกว่าหนึ่งทางทำให้เมื่อรายได้หลักสะดุดก็ยังมีเงินเข้าอยู่
ขั้นที่ 7 ถ้าจำเป็นต้องกู้จริง ๆ ให้กู้อย่างปลอดภัย
แม้จะบริหารเงินดีแค่ไหน บางครั้งก็ยังจำเป็นต้องกู้ เมื่อถึงวันนั้นให้ปฏิบัติดังนี้
เลือกผู้ให้บริการที่ถูกกำกับดูแล
เริ่มจากธนาคารและสถาบันการเงินภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ถ้ามีรถหรือมอเตอร์ไซค์ชื่อตัวเอง อาจเปรียบเทียบสินเชื่อจำนำทะเบียนของบริษัทที่ได้รับอนุญาต เช่น ศรีสวัสดิ์ ควบคู่กับผู้ให้บริการรายอื่น ผู้ที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ควรตรวจสอบสินเชื่อฉุกเฉินของสหกรณ์ด้วย เพราะดอกเบี้ยมักต่ำ
ตรวจสอบก่อนกดสมัครเงินด่วนออนไลน์
ตรวจรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ เว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย ตรวจว่าแอปไม่ขอสิทธิ์เข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อและรูปภาพในเครื่อง และไม่โอนเงินค่ามัดจำหรือค่าธรรมเนียมอนุมัติก่อนได้รับเงิน เพราะผู้ให้กู้ที่ถูกกฎหมายไม่ทำเช่นนั้น
รู้ดอกเบี้ยเพดานตามกฎหมาย
สินเชื่อส่วนบุคคลทั่วไปที่อยู่ภายใต้การกำกับของ ธปท. คิดดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมไม่เกิน 25 เปอร์เซ็นต์ต่อปี หากเจอคิดเป็นรายวันหรือรายสัปดาห์แล้วแปลงเป็นรายปีสูงกว่านั้นมาก แสดงว่าเป็นผู้ให้กู้นอกระบบ ควรตรวจสอบเพดานล่าสุดจากเว็บไซต์ ธปท. อีกครั้งเพราะอาจมีประกาศปรับเปลี่ยน
หากถูกหลอกให้ดำเนินการทันที
โทร 1441 ศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือแจ้งความออนไลน์ที่ Thai Police Online ยิ่งแจ้งเร็ว โอกาสอายัดบัญชีปลายทางยิ่งสูง
ตัวอย่างแผนจริงสำหรับคนรายได้ 20,000 บาท
สมมติเงินเดือน 20,000 บาท ตั้งโอนอัตโนมัติวันเงินเดือนออก 1,500 บาทเข้าบัญชีเงินสำรอง เท่ากับออม 7.5 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 4 เดือนจะมี 6,000 บาท เพียงพอรับเหตุฉุกเฉินขนาดเล็กโดยไม่ต้องยืมใคร เมื่อตัดค่าสมาชิกที่ไม่ได้ใช้ออกได้เดือนละ 500 บาท ให้นำไปเพิ่มเป็น 2,000 บาทต่อเดือน ภายใน 1 ปีจะมีเงินสำรองราว 24,000 บาท ซึ่งเทียบเท่ารายจ่ายจำเป็น 1 ถึง 2 เดือนสำหรับหลายคน จากนั้นค่อยขยับเป้าไปที่ 3 เดือน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เงินเดือนน้อย ไม่เหลือเก็บเลย ควรเริ่มอย่างไร
เริ่มจากจดรายจ่าย 30 วันเพื่อหาส่วนที่ปรับได้ แล้วตั้งออมอัตโนมัติจำนวนน้อยก่อน เช่น 200 ถึง 500 บาทต่อเดือน สิ่งสำคัญคือสร้างนิสัย จำนวนเงินค่อยเพิ่มภายหลัง
เงินสำรองฉุกเฉินควรเก็บเท่าไรถึงพอ
โดยทั่วไป 3 ถึง 6 เดือนของรายจ่ายจำเป็น พนักงานประจำอาจใช้ 3 เดือน ผู้ประกอบอาชีพอิสระควรมี 6 เดือนขึ้นไป แต่การเริ่มจากเป้าเล็กอย่าง 5,000 บาทก็ช่วยได้มากแล้ว
เงินด่วนออนไลน์ปลอดภัยไหม
ปลอดภัยเฉพาะผู้ให้บริการที่ถูกกำกับดูแลและตรวจสอบได้ ก่อนใช้ต้องเช็กชื่อบริษัท ดูว่าไม่ขอค่าธรรมเนียมล่วงหน้า และไม่ขอสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลในเครื่องเกินจำเป็น
มีหนี้อยู่ควรออมหรือควรใช้หนี้ก่อน
ควรทำทั้งสองอย่างควบคู่กัน เก็บเงินสำรองเบื้องต้นให้ได้อย่างน้อย 1 เดือนก่อน เพื่อไม่ต้องกู้เพิ่มเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน จากนั้นจึงเร่งโปะหนี้ดอกเบี้ยสูง
ควรลงทุนก่อนหรือสร้างเงินสำรองก่อน
สร้างเงินสำรองก่อน เพราะถ้าไม่มี เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินอาจต้องขายสินทรัพย์ลงทุนในจังหวะที่ขาดทุน หรือต้องกู้ด่วนดอกเบี้ยสูง
ถ้าจ่ายหนี้ไม่ไหวจะทำอย่างไร
ติดต่อเจ้าหนี้ก่อนครบกำหนดเพื่อขอปรับแผนผ่อน และจดรายรับรายจ่ายเพื่อหาทางลดภาระ อย่าเงียบหายหรือกู้จากแหล่งใหม่มาโปะโดยไม่คำนวณต้นทุนรวม
สรุป
การไม่ต้องพึ่งเงินกู้ออนไลน์ไม่ได้ต้องอาศัยรายได้สูงหรือความรู้ทางการเงินขั้นเทพ แต่ต้องอาศัยระบบง่าย ๆ ได้แก่ รู้ตัวเลขตัวเอง ออมก่อนใช้ สร้างเงินสำรองฉุกเฉินเป็นขั้นบันได จัดการหนี้เดิมตามลำดับดอกเบี้ย และคุมไลฟ์สไตล์เมื่อรายได้เพิ่ม เริ่มวันนี้ด้วยการจดรายจ่ายและตั้งโอนออมอัตโนมัติ 1 รายการ แล้วคุณจะมีเงินสำรองก้อนแรกเร็วกว่าที่คิด และถ้าวันหนึ่งจำเป็นต้องกู้จริง ก็เลือกผู้ให้บริการที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่กู้เพราะจนตรอก
เคล็ดลับบริหารเงิน, บริหารเงินไม่ให้เป็นหนี้, วิธีเก็บเงินเงินเดือนน้อย, เงินสำรองฉุกเฉิน, ออมก่อนใช้, เงินด่วนออนไลน์, แอปเงินกู้ถูกกฎหมาย, วิธีเลี่ยงเงินกู้นอกระบบ, จัดการหนี้บัตรเครดิต, กฎ 50/30/20, สินเชื่อจำนำทะเบียน, ศรีสวัสดิ์