รีวิวสินเชื่อดิจิทัล 2569 ธนาคารไหนอนุมัติง่ายสุด ไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน

ถ้าคุณเคยพยายามขอสินเชื่อกับธนาคารแบบดั้งเดิมแล้วสะดุดที่ขั้นตอนการเตรียมเอกสาร โดยเฉพาะสลิปเงินเดือนที่หลายคนไม่มีเพราะรับเงินสด ทำอาชีพอิสระ หรือเป็นเจ้าของธุรกิจรายย่อย บทความนี้คือสิ่งที่คุณต้องอ่านก่อนยื่นสมัครครั้งต่อไป

ยาวไป เลือกอ่าน

ตลาดสินเชื่อดิจิทัลในไทยปี 2569 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ธนาคารและผู้ให้บริการสินเชื่อหลายรายหันมาใช้ระบบประเมินความเสี่ยงผ่านข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) แทนการพึ่งพาสลิปเงินเดือนเพียงอย่างเดียว ทำให้คนที่ไม่มีรายได้ประจำแบบพนักงานออฟฟิศมีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้นอย่างชัดเจน

ทำไมสินเชื่อดิจิทัลถึงไม่ต้องการสลิปเงินเดือนอีกต่อไป

ก่อนจะไปดูว่าแอปไหนอนุมัติง่าย ต้องเข้าใจก่อนว่าเหตุใดระบบถึงเปลี่ยนไป เพราะการเข้าใจกลไกเบื้องหลังจะช่วยให้คุณเตรียมตัวได้ตรงจุดกว่าการท่องสูตรสำเร็จ

ระบบประเมินสินเชื่อแบบดั้งเดิมของธนาคารไทยพึ่งพาเอกสาร 3 ชุดหลักคือสลิปเงินเดือน สเตตเมนต์บัญชีธนาคาร และรายงานเครดิตบูโร ปัญหาคือคนไทยจำนวนมากโดยเฉพาะกลุ่มแรงงานอิสระ เกษตรกร ผู้ค้าขายออนไลน์ และผู้รับงานฟรีแลนซ์ ไม่มีสลิปเงินเดือนในรูปแบบที่ระบบเดิมยอมรับ ทั้งที่บางคนมีรายได้สูงกว่าพนักงานประจำอย่างเทียบไม่ได้

สถาบันการเงินในยุคดิจิทัลเริ่มแก้ปัญหานี้ด้วยการใช้ข้อมูลจากหลายแหล่งพร้อมกัน ทั้งประวัติธุรกรรมในแอปธนาคาร รูปแบบการรับโอนเงิน ประวัติการชำระบิลสาธารณูปโภค พฤติกรรมการใช้งานมือถือ และในบางกรณีข้อมูลจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ผู้สมัครมีบัญชีอยู่ด้วย ทั้งหมดนี้ถูกประมวลผลผ่าน AI เพื่อสร้างโปรไฟล์ความเสี่ยงที่แม่นยำโดยไม่ต้องพึ่งสลิปเงินเดือนอีกต่อไป

มาตรฐานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดสำหรับสินเชื่อดิจิทัล

สินเชื่อดิจิทัลที่ถูกกฎหมายในไทยทุกรายต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยมีกรอบที่ชัดเจน ดังนั้นก่อนจะเปรียบเทียบว่าแอปไหนดี ควรรู้มาตรฐานพื้นฐานที่ทุกผู้ให้บริการต้องปฏิบัติตาม

ประการแรก อัตราดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมทุกชนิดของสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันต้องไม่เกิน 28 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ประการที่สองคือผู้ให้บริการต้องเปิดเผยอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Interest Rate หรือ EIR) ก่อนผู้กู้ตัดสินใจ ประการที่สามคือต้องมีกระบวนการยืนยันตัวตน (KYC) ที่ผ่านการรับรองก่อนอนุมัติสินเชื่อทุกกรณี

มาตรฐานเหล่านี้ทำให้ผู้กู้มีความคุ้มครองที่ชัดเจน แต่ก็หมายความว่าใครก็ตามที่อ้างว่าปล่อยสินเชื่อโดยไม่ผ่านกระบวนการยืนยันตัวตนเลยหรือดอกเบี้ยเกินเพดานที่กำหนด คือสัญญาณเตือนที่ต้องระวังทันที

รีวิวสินเชื่อดิจิทัลจากแอปธนาคารหลักในไทยปี 2569

ธนาคารกสิกรไทย (KBank): K-Credit และ K-Flexi

กสิกรไทยเป็นธนาคารที่มีฐานผู้ใช้แอป KPlus มากที่สุดในประเทศ และใช้ข้อมูลจากฐานนี้ในการประเมินสินเชื่อดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ที่ใช้งาน KPlus มาอย่างต่อเนื่องและมีธุรกรรมสม่ำเสมอจะพบว่าระบบเสนอสินเชื่อล่วงหน้า (Pre-approved) ให้โดยอัตโนมัติในแอป

จุดเด่นของ KBank ในด้านสินเชื่อดิจิทัลคือการที่ระบบ AI วิเคราะห์พฤติกรรมทางการเงินในแอปย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน โดยไม่ต้องการสลิปเงินเดือนในกรณีที่ผู้สมัครมีเงินเข้าบัญชี KBank สม่ำเสมอและมียอดเฉลี่ยอยู่ในระดับที่กำหนด เงื่อนไขนี้เอื้อต่อฟรีแลนซ์และผู้รับงานออนไลน์ที่รับโอนเงินเข้า KBank เป็นประจำ

อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อดิจิทัล KBank อยู่ในช่วงที่แข่งขันได้ โดยลูกค้าที่มีโปรไฟล์ดีจะได้รับอัตราต่ำกว่าลูกค้าใหม่ที่ยังไม่มีประวัติกับธนาคาร ระยะเวลาผ่อนชำระมีความยืดหยุ่นตั้งแต่ 12 ถึง 60 เดือนขึ้นอยู่กับวงเงินและโปรไฟล์

ข้อจำกัดที่ต้องรู้คือ KBank ยังคงต้องการหลักฐานรายได้บางรูปแบบสำหรับสินเชื่อวงเงินสูงกว่า 100,000 บาทขึ้นไป ซึ่งอาจเป็นสเตตเมนต์บัญชีแทนสลิปเงินเดือนก็ได้

ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB): SCB Easy Cash และ SCB M

SCB เป็นอีกหนึ่งธนาคารที่ลงทุนอย่างหนักในระบบ AI สินเชื่อดิจิทัล ผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคลผ่านแอป SCB Easy มีจุดเด่นที่กระบวนการพิจารณาเร็วและใช้ข้อมูลจากหลายมิติ รวมถึงประวัติการใช้บัตรเครดิต SCB หากมี

SCB ยังมีความร่วมมือกับแพลตฟอร์มดิจิทัลหลายรายในการแชร์ข้อมูลทางการเงินของผู้ใช้ที่ยินยอม ทำให้ระบบประเมินความเสี่ยงกว้างขึ้นและครอบคลุมกลุ่มที่ไม่มีรายได้ประจำได้ดีขึ้น ผู้ที่ขายของออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อกับระบบของ SCB มีโอกาสได้รับการพิจารณาที่ดีกว่า

ระยะเวลาอนุมัติของ SCB Easy Cash อยู่ที่ประมาณ 1 ถึง 3 วันทำการสำหรับผู้ที่ไม่ได้รับ Pre-approval และอาจเร็วกว่านั้นสำหรับลูกค้าที่ระบบเสนอให้อัตโนมัติ

ธนาคารกรุงไทย (KTB): Krungthai NEXT และ Pao Tang

กรุงไทยมีจุดแข็งในฐานะธนาคารรัฐที่เชื่อมต่อกับระบบภาครัฐอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะผ่านแอปเป๋าตังที่มีฐานผู้ใช้จากโครงการของรัฐหลายโครงการ ข้อมูลจากการใช้งานในระบบนี้ถูกนำมาใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อดิจิทัลสำหรับกลุ่มที่ไม่มีสลิปเงินเดือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สินเชื่อส่วนบุคคลผ่าน Krungthai NEXT เหมาะสำหรับผู้รับจ้างรายได้ผันแปรที่มีประวัติการรับเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ที่ผูกกับกรุงไทย เนื่องจากธนาคารสามารถเห็นรูปแบบการรับเงินย้อนหลังได้ชัดเจน

จุดที่น่าสังเกตคือกรุงไทยในฐานะธนาคารของรัฐมีนโยบายสินเชื่อที่ยืดหยุ่นกว่าสำหรับกลุ่มอาชีพบางประเภท เช่น เกษตรกร ผู้ค้าขายรายย่อย และข้าราชการบำนาญ ซึ่งกลุ่มเหล่านี้อาจไม่มีสลิปเงินเดือนในรูปแบบมาตรฐาน แต่กรุงไทยมีผลิตภัณฑ์เฉพาะที่รองรับ

ธนาคารทีทีบี (ttb): ttb Flash Card และ ttb So Dee

ทีทีบีอาจไม่ใช่ชื่อแรกที่คนนึกถึงเมื่อพูดถึงสินเชื่อดิจิทัล แต่ในปี 2569 ธนาคารนี้มีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มที่ต้องการสินเชื่อยืดหยุ่นโดยไม่พึ่งพาสลิปเงินเดือน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ ttb Flash Card ที่เน้นการอนุมัติรวดเร็วผ่านช่องทางดิจิทัล

ทีทีบีใช้ข้อมูลสเตตเมนต์บัญชีย้อนหลัง 6 เดือนแทนสลิปเงินเดือนได้อย่างเป็นทางการ ทำให้กลุ่มฟรีแลนซ์และอาชีพอิสระสามารถยื่นขอได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องรูปแบบรายได้

สินเชื่อดิจิทัลจากผู้ให้บริการนอนแบงก์ที่ได้รับใบอนุญาต

บริษัทในเครือธนาคารที่พัฒนาแอปสินเชื่อแยก

หลายธนาคารพัฒนาแพลตฟอร์มสินเชื่อดิจิทัลแยกออกมาจากแอปหลัก เพื่อรองรับตลาดที่กว้างขึ้นและมีความยืดหยุ่นด้านเกณฑ์มากกว่า ตัวอย่างที่โดดเด่นคือบริษัทในเครือของธนาคารขนาดใหญ่ที่ออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อดิจิทัลภายใต้แบรนด์แยก โดยใช้กรอบการประเมินที่ออกแบบเฉพาะสำหรับกลุ่มที่ไม่มีเอกสารรายได้แบบดั้งเดิม

แพลตฟอร์มเหล่านี้มักมีกระบวนการที่รวดเร็วกว่าธนาคารหลัก เพราะโครงสร้างองค์กรที่เล็กกว่าทำให้ตัดสินใจได้คล่องตัวกว่า แต่อัตราดอกเบี้ยอาจสูงกว่าสินเชื่อจากธนาคารแม่ เนื่องจากต้นทุนความเสี่ยงต่อหน่วยสูงกว่า

AEON และ Easy Buy: ผู้เล่นนอนแบงก์ที่ปรับตัวสู่ดิจิทัล

ผู้ให้บริการสินเชื่อนอนแบงก์รายใหญ่อย่าง AEON และ Easy Buy ปรับตัวเข้าสู่ช่องทางดิจิทัลอย่างเต็มตัวในช่วง 2 ถึง 3 ปีที่ผ่านมา โดยทั้งสองรายยอมรับสเตตเมนต์บัญชีแทนสลิปเงินเดือนและมีกระบวนการยืนยันตัวตนออนไลน์ที่ครบถ้วน

จุดเด่นของกลุ่มนี้คือการยอมรับกลุ่มที่ธนาคารหลักอาจปฏิเสธ เช่น ผู้ที่มีประวัติเครดิตบูโรบางส่วน หรือผู้ที่มีรายได้ผันแปรชัดเจน อย่างไรก็ตามอัตราดอกเบี้ยของกลุ่มนอนแบงก์มักสูงกว่าธนาคารพาณิชย์ ดังนั้นควรเปรียบเทียบ EIR ก่อนตัดสินใจเสมอ

เปรียบเทียบปัจจัยสำคัญในการเลือกสินเชื่อดิจิทัล

ความเร็วในการอนุมัติ

ปัจจัยนี้สำคัญมากสำหรับคนที่ต้องการเงินด่วน โดยทั่วไปสินเชื่อดิจิทัลที่อนุมัติเร็วที่สุดในปัจจุบันคือผลิตภัณฑ์ Pre-approved ที่ธนาคารเสนอให้อัตโนมัติในแอป ซึ่งกดรับและรับเงินได้ภายในไม่กี่นาที รองลงมาคือสินเชื่อที่ต้องยื่นสมัครเองแต่ระบบใช้ AI ประเมินอัตโนมัติ มักใช้เวลา 1 ถึง 24 ชั่วโมง และช้าที่สุดคือสินเชื่อที่ต้องผ่านการพิจารณาจากเจ้าหน้าที่มนุษย์ ซึ่งอาจใช้เวลา 1 ถึง 7 วันทำการ

เกณฑ์วงเงินและระยะเวลาผ่อน

สินเชื่อดิจิทัลที่ไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือนมักมีวงเงินต่ำกว่าสินเชื่อที่ใช้เอกสารครบถ้วน ในปี 2569 วงเงินทั่วไปสำหรับกลุ่มนี้อยู่ที่ประมาณ 10,000 ถึง 150,000 บาท ส่วนระยะเวลาผ่อนมักอยู่ที่ 12 ถึง 48 เดือน อย่างไรก็ตามผู้ที่มีโปรไฟล์แข็งแกร่งจากข้อมูลทางเลือกอาจได้รับวงเงินสูงกว่านี้

ข้อมูลที่ใช้แทนสลิปเงินเดือน

แต่ละสถาบันมีรายการข้อมูลทางเลือกที่ยอมรับต่างกัน แต่โดยรวมแล้วข้อมูลที่ได้รับการยอมรับกว้างที่สุดในปี 2569 ได้แก่ สเตตเมนต์บัญชีธนาคารย้อนหลัง 3 ถึง 6 เดือน ประวัติธุรกรรมในแอปของธนาคารนั้น ประวัติการชำระบิลสาธารณูปโภคและโทรศัพท์ ข้อมูลจากแพลตฟอร์มขายออนไลน์สำหรับผู้ค้า และในบางกรณีข้อมูลภาษีจากกรมสรรพากร

วิธีเตรียมตัวให้อนุมัติง่ายที่สุด แม้ไม่มีสลิปเงินเดือน

สร้าง Digital Footprint ทางการเงินให้ชัดเจน

กุญแจสำคัญของการได้รับสินเชื่อดิจิทัลโดยไม่มีสลิปเงินเดือนคือการมีร่องรอยทางการเงินดิจิทัลที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ หากคุณรับเงินจากลูกค้าหรือนายจ้างเป็นเงินสด ให้เริ่มเปลี่ยนมาโอนผ่านระบบดิจิทัลอย่างน้อย 3 ถึง 6 เดือนก่อนยื่นขอสินเชื่อ เพราะนั่นคือข้อมูลที่ระบบ AI ใช้แทนสลิปเงินเดือน

ความสม่ำเสมอของเงินเข้าสำคัญกว่าจำนวนเงินในแต่ละครั้ง ระบบมักมองว่ารายได้ 20,000 บาทที่เข้าทุกเดือนในช่วงเวลาเดิมสม่ำเสมอเป็นสัญญาณที่ดีกว่ารายได้ 50,000 บาทที่เข้าไม่สม่ำเสมอ

รักษายอดเงินเฉลี่ยในบัญชีให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ธนาคารส่วนใหญ่ดูยอดเงินเฉลี่ยในบัญชีย้อนหลัง 3 ถึง 6 เดือนเป็นปัจจัยสำคัญ ยอดเงินเฉลี่ยที่ต่ำเกินไปอาจทำให้ระบบประเมินว่าความสามารถในการผ่อนชำระมีความเสี่ยง แม้รายได้จะดีก็ตาม เพราะการที่เงินเข้ามามากแต่ออกไปหมดทุกเดือนแสดงว่าไม่มีเงินสำรองรองรับการผ่อนชำระในยามฉุกเฉิน

เป้าหมายที่ดีคือรักษายอดเงินเฉลี่ยในบัญชีให้ไม่ต่ำกว่า 3 เท่าของยอดผ่อนชำระรายเดือนที่ต้องการ

ยื่นขอกับธนาคารที่ตัวเองใช้งานเป็นหลักก่อน

หลักการสำคัญที่หลายคนมองข้ามคือการยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารที่คุณมีธุรกรรมมากที่สุดก่อนเสมอ เพราะธนาคารนั้นมีข้อมูลของคุณมากที่สุดและสามารถประเมินได้แม่นยำที่สุด การยื่นกับธนาคารที่ไม่เคยมีบัญชีหรือมีธุรกรรมน้อยมากจะทำให้ระบบไม่มีข้อมูลเพียงพอและมีโอกาสปฏิเสธสูงกว่า

นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการยื่นขอสินเชื่อหลายที่พร้อมกันในระยะสั้น เพราะการที่สถาบันการเงินหลายแห่งดึงรายงานเครดิตของคุณในช่วงเดียวกันจะถูกบันทึกและส่งสัญญาณลบในรายงานเครดิตว่ากำลังหาเงินอย่างเร่งด่วน

ตรวจสอบรายงานเครดิตก่อนยื่นทุกครั้ง

แม้จะไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับสลิปเงินเดือนโดยตรง แต่รายงานเครดิตบูโรยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ระบบ AI ใช้ประกอบการพิจารณาเสมอ ถ้ามีข้อมูลผิดพลาดในรายงาน เช่น บัญชีที่ปิดแล้วแต่ยังแสดงว่าค้างชำระ ควรยื่นคำร้องแก้ไขผ่านเครดิตบูโรก่อนยื่นขอสินเชื่อ เพราะข้อมูลที่ผิดพลาดอาจทำให้ถูกปฏิเสธแม้โปรไฟล์จริงจะดีก็ตาม

สัญญาณเตือนที่ต้องระวังในตลาดสินเชื่อดิจิทัล

ตลาดที่เติบโตเร็วมักมีผู้ไม่ประสงค์ดีแฝงตัวอยู่ด้วยเสมอ โดยเฉพาะในช่องทางดิจิทัลที่ตรวจสอบยากกว่าสาขาธนาคารแบบดั้งเดิม

ผู้ให้บริการสินเชื่อที่ถูกกฎหมายทุกรายไม่มีทางขอให้คุณโอนเงินค่าธรรมเนียมหรือค่าประกันใดๆ ก่อนได้รับเงินสินเชื่อ นี่คือสัญญาณอันตรายอันดับหนึ่งที่ต้องระวังและหยุดการทำธุรกรรมทันที นอกจากนี้แอปที่ไม่ได้อยู่ใน App Store หรือ Google Play อย่างเป็นทางการ ผู้ให้บริการที่อ้างว่าอนุมัติ 100 เปอร์เซ็นต์โดยไม่ตรวจสอบข้อมูลใด และการขอรหัส OTP หรือข้อมูลล็อกอินแอปธนาคารของคุณ ล้วนเป็นสัญญาณที่ต้องหยุดและรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

แนวโน้มสินเชื่อดิจิทัลไทยในปี 2569 และอนาคต

ตลาดสินเชื่อดิจิทัลไทยในปี 2569 กำลังเดินหน้าสู่การใช้ข้อมูลทางเลือกมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยมีแนวโน้มที่น่าจับตาหลายประการ

ประการแรกคือการเปิดให้แชร์ข้อมูลทางการเงิน (Open Banking) อย่างเป็นทางการมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้ยื่นขอสินเชื่อสามารถอนุญาตให้สถาบันการเงินดึงข้อมูลบัญชีจากธนาคารอื่นได้อย่างปลอดภัย เพิ่มความครบถ้วนของโปรไฟล์ทางการเงินโดยไม่ต้องพิมพ์สเตตเมนต์ออกมา

ประการที่สองคือการขยายตัวของสินเชื่อ Buy Now Pay Later (BNPL) ในบริบทของไทยที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ต้องการสลิปเงินเดือนและใช้ประวัติการซื้อและการชำระในแพลตฟอร์มนั้นๆ เป็นเกณฑ์หลัก

ประการที่สามคือ ธปท. กำลังพัฒนากรอบการกำกับดูแลสำหรับผู้ให้บริการสินเชื่อดิจิทัลที่ไม่ใช่ธนาคารให้ชัดเจนขึ้น ซึ่งจะทำให้ตลาดมีความโปร่งใสและผู้บริโภคได้รับความคุ้มครองดีขึ้นในอนาคต

สรุป: แอปไหนเหมาะกับใครในปี 2569

ไม่มีคำตอบตายตัวว่าแอปไหนอนุมัติง่ายที่สุดสำหรับทุกคน เพราะการอนุมัติขึ้นอยู่กับโปรไฟล์เฉพาะของแต่ละคนเป็นสำคัญ แต่หลักการที่ใช้ได้กับทุกกรณีคือ ยื่นกับธนาคารที่คุณมีธุรกรรมมากที่สุดก่อน เตรียมข้อมูลทางการเงินดิจิทัลให้ชัดเจนและสม่ำเสมอ และอย่ายื่นหลายที่พร้อมกัน

สินเชื่อดิจิทัลในปี 2569 เปิดประตูให้คนที่ไม่มีสลิปเงินเดือนได้เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้นกว่าที่เคย แต่ความสำเร็จในการยื่นขอยังคงต้องอาศัยการเตรียมพร้อมและการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับตัวเองจริงๆ ไม่ใช่แค่ยื่นไปทุกที่แล้วหวังว่าจะผ่านสักที่หนึ่ง


แหล่งข้อมูลและลิงก์อ้างอิงสำหรับผู้สนใจอ่านต่อ

ธนาคารแห่งประเทศไทย ข้อมูลสินเชื่อส่วนบุคคลและมาตรฐานผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต https://www.bot.or.th/th/financial-consumer/loan.html

ธนาคารกสิกรไทย ผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล https://www.kasikornbank.com/th/personal/loans

ธนาคารไทยพาณิชย์ สินเชื่อส่วนบุคคลผ่านแอป SCB Easy https://www.scb.co.th/th/personal-banking/loans/personal-loan.html

ธนาคารกรุงไทย ผลิตภัณฑ์สินเชื่อผ่าน Krungthai NEXT https://krungthai.com/th/personal/loans

ธนาคารทีทีบี ผลิตภัณฑ์สินเชื่อดิจิทัล ttb Flash https://www.ttbbank.com/th/personal/loans

บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ตรวจสอบรายงานเครดิตก่อนยื่นสินเชื่อ https://www.ncb.co.th

ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. สายด่วน 1213 รับเรื่องร้องเรียน https://www.bot.or.th/th/financial-consumer/1213.html